Previous
Next
Previous
Next

เมโสแฟต

อยากลดไขมัน แก้ม เหนียง ต้นแขน หรือจุดที่คุมอาหารก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้ว ทำยังไงก็ไม่ลด ถ้าอยากให้สวยฉ่ำวาวแบบทันใจ บอกเลยว่า ฉีด เมโสแฟต ช่วยได้

แล้ว เมโสแฟต คืออะไร ทำแล้วหน้าเรียว ลดสัดส่วนได้จริงมั้ย ไปทำความรู้จัก Meso Fat กันเลยค่ะ

เมโสแฟต คืออะไร

เมโสแฟต (Meso Fat) คือ การฉีดสาร ตัวยาหรือวิตามินต่างๆ ที่ช่วยสลายไขมันเข้าสู่ผิวหนัง โดยฉีดบริเวณชั้นไขมัน เป็นวิธีที่ช่วยลดเซลลูไลท์ และไขมันได้อย่างตรงจุดแบบไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัด หรือ ศัลยกรรม และทำให้ส่วนที่ต้องการลดไขมันดูกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

วิธีการฉีดแฟต ทำได้หลายวิธี เช่น ฉีดบนชั้นไขมันบริเวณที่ต้องการลดไขมัน หรือใช้เข็มสะกิดทั่วใบหน้าในปริมาณที่เหมาะสม ก็สามารถทำได้เช่นกัน

การทำงานของเมโสแฟต คือ เมื่อฉีดสารเข้าไปในชั้นผิวแล้วจะทำการสลายไขมัน และไขมันที่ถูกสลายนั้นจะถูกขับออกทางระบบขับถ่าย ทำให้ไขมันที่อยู่บริเวณนั้นลดลงได้

การฉีดเมโสแฟต เหมาะกับใคร

เมโสแฟตเหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดสัดส่วนต่างๆ บนร่างกาย ไม่จำกัดเฉพาะแค่บนใบหน้าเท่านั้น สามารถใช้เมโสแฟตในส่วนที่ต้องการลดได้เช่นกัน โดยเมโสแฟตเหมาะกับกลุ่มคน ดังนี้

  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า ได้แก่ แก้ม เหนียง สำหรับคนที่ไม่ค่อยออกกำลังกายหรือรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของไขมันในปริมาณมาก ทำให้ไขมันสะสมอยู่บริเวณแก้ม หรือเหนียง ซึ่งเมื่อฉีดเมโสแฟตแล้วจะสามารถลดไขมันได้บางส่วนประเมิน 15% ตั้งแต่ครั้งแรก
  • ผู้ที่ต้องการขจัดไขมันส่วนเกิน เช่น บริเวณ ต้นแขน ต้นขา น่อง สะโพก ซึ่งแต่ละบริเวณที่กล่าวมา ต้องให้แพทย์พิจารณาก่อนว่าส่วนเกินที่ออกมานั้นเกิดขึ้นจากไขมัน หรือกล้ามเนื้อ หากเป็นกล้ามเนื้อจะต้องเปลี่ยนเป็นการใช้โบท็อกเพื่อลดส่วนเกินออกแทน แต่ถ้าเป็นไขมันก็สามารถรักษาได้  แต่ถ้าไขมันบริเวณที่ต้องการจะสลายมากเกินไป วิธีการฉีดเมโสแฟตอาจจะไม่เหมาะสม
  • ผู้ที่ต้องการกำจัดไขมันเฉพะจุด เช่น หน้าท้อง การฉีดแฟตจะทำให้หน้าท้องเรียบเนียนขึ้น ไม่มีไขมันส่วนเกิน แต่ต้องทำควบคู่กับการกระชับผิวบริเวณหน้าท้องด้วยเช่นกัน
  • ผู้ที่พยายามลดไขมันแต่ยังไม่ได้ผล ทำเท่าไหร่ก็ไม่ลด เช่น บุคคลที่ออกกำลังกายมาเป็นเวลานานแต่ส่วนที่อยากลดไม่ลง
  • ผู้ที่ต้องการลดไขมันอย่างเร่งด่วน
  • ผู้ที่ต้องการลดสัดส่วนไขมันโดยไม่ใช้การผ่าตัด และไม่ต้องการพักฟื้นเป็นเวลานาน

ผู้ที่ไม่เหมาะกับ การฉีดเมโสแฟต

  • หญิงตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหนัง ผิวหนังติดเชื้อ 
  • ผู้ที่เป็นสิวอักเสบอย่างรุนแรง ควรรักษาให้หายก่อนเข้ารับบริการ 

ข้อแตกต่างระหว่าง เมโสแฟต กับ โบท็อก

ข้อแตกต่างระหว่าง เมโสแฟต กับ โบท็อก
ข้อแตกต่างระหว่าง เมโสแฟต กับ โบท็อก
เมโสแฟต กับ โบท็อก ต่างกันอย่างไร
เมโสแฟต กับ โบท็อก ต่างกันอย่างไร

หลายคนคงคุ้นเคยกับ โบท็อก และ เมโสแฟต เป็นอย่างดี เพราะเป็นที่นิยมกันในกลุ่มคนที่ชื่นชอบความสวยงาม หรืออยากดูแลใบหน้าให้ได้รูปและมีมิติ แต่รู้หรือไม่ว่า 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันมาก ความแตกต่างของเมโสแฟตและโบท็อกมีดังนี้

เมโสแฟต

เมโสแฟต  มีหน้าที่สลายไขมันในส่วนที่เราไม่ต้องการ ส่วนใหญ่จะนิยมฉีดบริเวณใบหน้า เพื่อช่วยลดแก้ม และเหนียงที่เป็นไขมันส่วนเกินออก โดยการฉีดเมโสแฟตนั้น หลังจากฉีดจะเกิดอาการบวม และจะหายภายใน 1 ชั่วโมงถึง 24 ชั่วโมง สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ดีมากประมาณ 1 สัปดาห์ ไขมันที่สลายนั้น จะถูกขับออกทางปัสสาวะ ดังนั้นคนที่ฉีดเมโสแฟตจึงต้องดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อให้ไขมันส่วนเกินถูกขับออก

โบท็อก

การฉีดโบท็อกจะมีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้มัดกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทำงานได้น้อยลงระยะหนึ่ง  ส่วนใหญ่จะนิยมฉีดบริเวณใบหน้า หรือกราม เพื่อให้หน้าของเราดูเรียวเล็กลงและได้รูป หลังจากฉีดจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วัน และจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ สามารถอยู่ได้นาน 4-6 เดือน

การเลือกปรับโครงสร้างหน้าโดยการใช้เมโสแฟต หรือโบท็อกควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ทำการรักษาใบหน้าของเราได้อย่างตรงจุด

เมโสแฟตกับโบท็อกทำควบคู่กันได้หรือไม่

เมโสแฟตและโบท็อกทำหน้าที่แตกต่างกัน โบท็อกช่วยทำให้มัดกล้ามเนื้อทำงานได้น้อยลง ส่วนเมโสแฟตช่วยในการสลายไขมัน  การรักษาทั้งสองอย่างพร้อมกันจึงสามารถทำได้ ทำให้ในส่วนที่ต้องการลดขนาดนั้น ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการดีขึ้นมากและชัดเจน ระยะเวลาของผลลัพธ์นั้นขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละคนหากมีการทำควบคู่กันเรื่อยๆจะทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น 

เมโสแฟตอันตรายไหม

เมโสแฟตอันตรายไหม
เมโสแฟตอันตรายไหม

เมโสแฟตเป็นสารหรือตัวยาที่มีความปลอดภัย หากเป็นของแท้และได้รับการรับรองจากอย. ถ้าฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วจะไม่เป็นอันตราย แต่มีอยู่ 2 สูตรที่เป็นอันตรายและไม่ได้การรับรอง ได้แก่ 

สเตียรอยด์ (Steroid)

สเตียรอยด์จะถูกใช้ในการฉีดสิว หรือใช้ฉีดคีลอยด์ ซึ่งปกติแพทย์ผิวหนังจะเลือกใช้ในปริมาณที่น้อย จึงทำให้มีความปลอดภัย  แต่ปัจจุบันมีการนำมาฉีดที่ผิดวิธี โดยการนำสเตียรอยด์มาผสมในเมโสแฟต ในปริมาณที่มากและไม่ผ่านอย. เพื่อประหยัดต้นทุน และเห็นผลไว แต่เมื่อฉีดไปเรื่อยๆจะทำให้เกิดอาการหน้าบวมมากยิ่งขึ้น และยังเกิดอาการอักเสบ รวมไปถึงติดเชื้อได้ง่ายขึ้นด้วย เพราะสเตียรอยด์จะเข้าไปกดภูมิคุ้มกันของร่างกาย สเตียรอยด์ที่ผสมเข้าไปในเมโสแฟตนั้นจะมีทั้งขาวขุ่นและขาวใส ซึ่งหากดูแค่เข็มจะแยกไม่ออก ก่อนฉีดทุกครั้งควรขอดูยี่ห้อของเมโสแฟต รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต่างๆเพื่อความปลอดภัย 

ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase)

ไฮยาลูโรนิเดส ปกติจะถูกนำมาใช้เพื่อสลายฟิลเลอร์ที่ฉีด หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสมโดยมีการประเมินจากแพทย์จะมีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่หากนำมาใช้ผิดวิธีโดยฉีดเข้าไปในร่างกายในปริมาณมาก จะทำให้ไฮยาลูโรนิเดสเข้าไปสลายคอลลาเจนในผิว ทำให้เนื้อยุบลงอย่างรวดเร็ว ผลที่ตามมาในระยะยาวคือทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย ผิวหย่อนคล้อยลง เนื่องจากสูญเสียคอลลาเจน สาเหตุที่นิยมนำมาใช้กันเพราะมีราคาถูก และเห็นผลไว 

เมโสแฟตฉีดส่วนไหนได้บ้าง?

เมโสแฟตฉีดบริเวณไหนได้บ้าง
เมโสแฟตฉีดบริเวณไหนได้บ้าง

เมโสแฟตสามารถฉีดได้หลากหลายจุดที่มีไขมันสะสม เช่น หน้าท้อง ต้นแขน สะโพก และต้นขา แต่ที่นิยมฉีดกันคือบริเวณใบหน้า แก้ม ใต้คาง และเหนียง ซึ่งจะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้น โดยการฉีดเมโสแฟตในแต่ละชุดมีรายละเอียดดังนี้ 

  • ฉีดเมโสแฟต ลดแก้ม

ฉีดเพื่อช่วยสลายไขมันบริเวณกระพุงแก้ม ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นลดไขมันส่วนเกินบริเวณหน้า

ฉีดเมโสแฟต ลดแก้ม
  • ฉีดเมโสแฟตเหนียง 

เหนียงเป็นไขมันที่สะสมอยู่บริเวณคาง ในกลุ่มผู้สูงอายุมากจะเกิดการหย่อนคล้อยของผิว จึงต้องฉีดเมโสแฟตเพื่อสลายไขมันบริเวณเหนียง เพื่อลดคางสองชั้น

ฉีดเมโสแฟตเหนียง
  • ฉีดเมโสแฟตหน้าท้อง

ไขมันหน้าท้องเป็นปัญหาหลักที่หลายๆคนต้องพบเจอ การฉีดเมโสแฟตเพื่อลดไขมันหน้าท้องนั้นจะช่วยลดไขมันส่วนเกินออก แต่หากมีไขมันในปริมาณที่มาก แนะนำให้ใช้การรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น ดูดไขมัน 

ฉีดเมโสแฟตหน้าท้อง
  • ฉีดเมโสแฟต ต้นแขน ต้นขา

ในกรณีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันบริเวณต้นแขน และต้นขาเป็นจำนวนน้อย สามารถฉีดเมโสแฟตเข้าไปเพื่อสลายไขมันบริเวณนั้นได้ แต่หากมีในปริมาณที่มาก จะแนะนำให้เป็นการดูดไขมันมากกว่า เพราะจะรักษาได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า

ฉีดเมโสแฟต ต้นแขน ต้นขา
  • ฉีดเมโสแฟตน่อง

การฉีดเมโสแฟตบริเวณน่อง จะทำให้ไขมันที่สะสมอยู่สลายออกไป แต่ปกติแล้วบริเวณน่องนั้นมักจะไม่พบไขมันสะสมอยู่ ส่วนใหญ่มักจะพบเป็นกล้ามเนื้อมากกว่า การรักษานั้นจะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อวิเคราะห์ว่าในส่วนที่อยากลดนั้นเป็นไขมันหรือกล้ามเนื้อ หากพบว่าเป็นกล้ามเนื้อควรรักษาด้วยโบท็อกจะเห็นผลมากกว่า 

ฉีดเมโสแฟตน่อง

ประโยชน์ของแฟต

  • หลังจากการฉีดเมโสแฟตไม่ต้องพักฟื้น
  • มีอาการบวมช้ำเล็กน้อยหลังจากฉีด
  • ใช้เวลาในการทำไม่นาน
  • ราคาไม่แพงสามารถเข้าถึงได้
  • มีความปลอดภัยสูง ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย
  • ระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์เร็ว
  • ทำให้หน้าได้สัดส่วนที่ต้องการในระยะเวลาอันสั้น
  • ไม่ต้องผ่าตัด ดูแลรักษาง่าย

ข้อเสียของ เมโสแฟต

  • ไม่สามารถเห็นผลได้ทันทีหลังจากได้รับการฉีด ต้องอาศัยระยะเวลา 1-2 สัปดาห์
  • ไม่สามารถรักษาคนที่มีไขมันสะสมเป็นจำนวนมากได้ ในการฉีดครั้งเดียว จะต้องมีการกลับมาฉีดซ้ำ  3 – 5 ครั้งจึงจะเห็นผล 

หลังฉีดเมโสแฟตมีอาการอย่างไร ฉีดเมโสแฟต บวมกี่วัน

หลังฉีดเมโสแฟตสลายไขมันไป จะมีอาการบวมเพราะตัวยาที่ฉีด โดยจะมีอาการแค่ในประมาณ 1-3 วันหลังฉีด หรือบางคนก็บวมไม่กี่ชั่วโมงหลังฉีด และค่อยๆกลับไปเป็นปกติ ทั้งนี้การบวมมากน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน อาการบวมนั้นไม่มีอาการอื่นๆข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นอาการปวด หรืออักเสบ 

ฉีดเมโสแฟต กี่วันเห็นผล

หลังจากฉีดเมโสแฟตไปจะสามารถเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก โดยไขมันจะลดลงไปประมาณ 15%  และจะเห็นผลได้ชัดประมาณ 1 – 3 สัปดาห์หลังฉีด ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองของแต่ละคน และรวมไปถึงการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ 

ฉีดเมโสแฟต กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานเท่าไหร่

เมื่อฉีดเมโสแฟตเข้าไปในชั้นผิว ระยะเวลาในการรักษาและผลลัพธ์ที่ได้จะขึ้นอยู่กับชีวิตประจำวันของแต่ละคน เช่น การรับประทานอาหาร เป็นต้น โดยเฉลี่ยจะอยู่ได้นาน 2-3 เดือน แต่ถ้ามีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกิน หลีกเลี่ยงการทานของมัน ของทอด หรือของที่มีส่วนผสมของไขมัน ของที่ก่อให้เกิดการเพิ่มไขมันเข้าไปในร่างกาย จะช่วยทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้นกว่าเดิม  และถ้าเพิ่มการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ดูแลตัวเองควบคู่ไปด้วย จะยิ่งช่วยทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานมากขึ้นได้

ฉีดเมโสแฟตเจ็บมั้ย

การฉีดเมโสแฟต จะใช้เข็มฉีดบริเวณจุดที่ต้องการรักษา โดยก่อนฉีดจะมีการนำน้ำแข็งมาประคบเพื่อช่วยลดอาการเจ็บ หรือกรณีคนที่กลัวเจ็บมากๆจะมีการแปะยาชาเพื่อบรรเทาอาการเจ็บ จากที่มีการสอบถามคนไข้ ส่วนใหญ่จะมีอาการเจ็บตอนกำลังเดินยาเท่านั้น 

เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปฉีดแฟต และหลังฉีดแฟต

การฉีดแฟตเป็นหัตถการที่ไม่เจ็บมาก เพราะจะมีการประคบน้ำแข็งก่อนฉีด เพื่อทำให้ผู้เข้ารับบริการไม่รู้สึกเจ็บ การฉีดแฟตใช้เข็มขนาดเล็กลงไปบริเวณใบหน้า วิธีการทำงานใช้ระยะเวลาสั้นมาก

เมื่อฉีดเมโสแฟตแล้วจะมีอาการบวมในบริเวณที่ฉีดประมาณ 1 – 3 วัน หรือบางรายจะบวมอยู่ที่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากฉีดเท่านั้น อาการบวมมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน แต่อาการบวมนั้นไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ

ก่อนและหลังการฉีดแฟต การเตรียมตัวมีความสำคัญมาก เพราะทำให้อาการหลังการฉีดไม่รุนแรง และไม่บวมมาก

เตรียมตัวก่อนทำ เมโสแฟต

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนไปฉีดแฟตมีดังนี้

  • นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  • งดทานวิตามินที่มีผลต่อเลือด
  • ไม่ใช้ยากลุ่มแอสไพรินในระยะเวลา 48 ชั่วโมง
  • ไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ เมโสแฟต

การดูแลตัวเองหลังฉีดเมโสแฟตมีดังนี้

  • ดื่มน้ำในปริมาณมาก เพื่อช่วยขับไขมันส่วนเกินออกมาจากร่างกาย
  • ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อช่วยกระชับกล้ามเนื้อ
  • ไม่เข้าใช้บริการซาวน่า และทำทรีทเมนท์นวดตัวเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้เกิดการฟกช้ำบริเวณรอยที่ฉีด
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่
  • ไม่ควรกดหรือนวดบริเวณที่ฉีด  
  • เปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร ไม่ทานของมัน ของทอด เพื่อลดการสะสมของไขมัน 

ต้องฉีดเมโสแฟตกี่ครั้งถึงจะเห็นผล

จำนวนในการฉีดเมโสแฟตขึ้นอยู่กับไขมันสะสมของแต่ละบุคคล และบริเวณที่ต้องการฉีด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อฟังคำแนะนำ ก่อนรักษา

โดยปกติแล้วการฉีดแฟตจะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก โดยจะสังเกตได้ภายใน 5-7 วัน และเห็นผลได้เต็มที่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ หากการฉีดให้ผลไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งปกติจะฉีดประมาณ 4-5 ครั้ง การฉีดเมโสแฟตที่ต่อเนื่องนั้นจะทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น 

บริการของใจรักษ์

หมายเหตุ : ผลลัพธ์ขึ้นอยู่แต่ละบุคคล

FILLER

ลดริ้วรอย

ULTRAFORMER III &HIFU

THERMAGE

ร้อยไหม

MESO

IV DRIP

TREATMENT

ติดต่อสอบถาม / ปรึกษาคุณหมอฟรี