Previous
Next
Previous
Next

ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid หรือที่เรียกสั้นๆว่า HA โดยจะฉีดเพื่อเข้าไปเติมเต็มในชั้นผิว ซึ่งจุดประสงค์ที่คนส่วนใหญ่นิยมที่จะฉีดฟิลเลอร์กันมีได้หลายสาเหตุ นอกจากนี้ยังสามารถฉีดได้ในหลากหลายจุดในร่างกายอีกด้วย

เพราะใบหน้ามีใบหน้าเดียว ทางใจรักษ์คลินิกจึงพร้อมที่จะมอบการดูแลที่ดีที่สุดแก่คนไข้ทุกคน

ฟิลเลอร์ คืออะไร

ฟิลเลอร์ คือ สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid หรือที่เรียกสั้นๆว่า HA โดยจะฉีดเพื่อเข้าไปเติมเต็มในชั้นผิว ซึ่งจุดประสงค์ที่คนส่วนใหญ่นิยมที่จะฉีดฟิลเลอร์กันมีได้หลายสาเหตุ นอกจากนี้ยังสามารถฉีดได้ในหลากหลายจุดในร่างกายอีกด้วย

การฉีดฟิลเลอร์ สามารถช่วยลดปัญหาริ้วรอย แก้ไขปัญหาผิว หรือส่วนต่างๆของใบหน้าให้กลับมาดูกระชับ เปล่งปลั่ง เต่งตึงขึ้น และอ่อนเยาว์ลง เพราะคุณสมบัติของฟิลเลอร์ สามารถอุ้มน้ำได้ จึงเข้ามาช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเปล่งปลั่ง และชะลอการเกิดริ้วรอยได้ในอนาคต

นอกจากนี้การฉีดฟิลเลอร์ยังช่วยแก้ปัญหาในชั้นผิวที่มีการยุบตัวลง เมื่ออายุมากขึ้น และสามารถช่วยปรับ แก้ไขโครงสร้างของใบหน้าในจุดต่างๆได้ด้วย ได้แก่ การฉีดฟิลเลอร์ที่คาง บริเวณขมับ หน้าผาก รวมไปถึงริมฝีปาก ซึ่งจะทำให้ดูสวยงามขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด ศัลยกรรม

ฟิลเลอร์ คืออะไร หาคำตอบได้ที่นี่
ฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์  เหมาะสมกับใคร 

การฉีดฟิลเลอร์ เป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid หรือ HA ซึ่งสารตัวนี้ได้ผลิตขึ้น โดยเป็นการลอกเลียนแบบจากสารที่อยู่ในร่างกาย เพื่อใช้ทดแทนสารที่อยู่ในโครงสร้างของผิว ได้แก่ คอลลาเจน และไฮยาลูรอน ซึ่งสารเหล่านี้ร่างกายจะสามารถสูญเสียไปเมื่อถึงวัย ที่มีอายุเพิ่มมากขึ้น ผลที่ตามมาจะทำให้ผิวที่แข็งแรง ยืดหยุ่นและเต่งตึง มีความเหี่ยวย่นและผิวบางลง

การฉีดฟิลเลอร์จึงเหมาะสำหรับบุคคลที่มีอายุเพิ่มขึ้น มีความกังวลเกี่ยวกับริ้วรอย และอยากให้ผิวดูเปล่งปลั่ง อุ้มน้ำ เพราะฟิลเลอร์นั้นจะเข้าไปในบริเวณที่เป็นริ้วรอย ได้แก่ ใต้ตา ร่องแก้ม ซึ่งทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวมีความเต่งตึง

นอกจากนี้ฟิลเลอร์ยังมีคุณสมบัติที่มีความคงตัว สามารถฉีดในบริเวณ จมูก ใต้ตา และคางเพื่อปรับโครงสร้างของใบหน้าได้ ซึ่งเป็นที่นิยมกันในปัจจุบัน เหมาะสำหรับคนที่อยากเสริมความมั่นใจในตนเอง แบบไม่ต้องพักฟื้น เป็นเวลานาน ไม่ต้องเจ็บตัว เพื่อผ่าตัด ศัลยกรรม

ฟิลเลอร์จึงเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ที่ต้องการเสริมความมั่นใจให้กับตนเอง ซึ่งบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์เข้าไปนั้นทำให้ผิวสามารถเก็บกักความชุ่มชื้นในร่างกายให้ไปถึงผิวชั้นใน และยังสามารถทำให้รูขุมขนเล็กลง มีความยืดหยุ่น นุ่มนวล เป็นธรรมชาติได้ด้วย

คุณนัทฟิลเลอร์หน้าแก้ม-คาง-ร่องแก้ม-Neuramis-left
ฟิลเลอร์คาง และร่องแก้ม

ฟิลเลอร์ สามารถฉีดส่วนไหนได้บ้าง

ตำแหน่งในการฉีดฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคน หรือบางกรณีจะฉีดฟิลเลอร์เพื่อต้องการเสริมความมั่นใจในบริเวณต่างๆ โดยจะมีหลักๆทั้งหมด 8 จุด ดังนี้

1. ฟิลเลอร์หน้าผาก

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน หรือเป็นการเสริมโหงวเฮ้ง ปรับโครงหน้าให้มีมิติและโดดเด่นมากขึ้น

เหมาะสำหรับคนที่หน้าผากแบน หรือหน้าผากมีริ้วรอย มีรอยย่น

เติมหน้าผากด้วยฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์หน้าผาก

2. ฟิลเลอร์บริเวณขมับ

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับโครงสร้างหน้า การเติมขมับด้วยฟิลเลอร์เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ต้องการเสริโหงวเฮ้งในกลุ่มอาชีพค้าขายเจ้าของกิจการ เมื่อเติมแล้วทำให้หน้าหวานได้สัดส่วน และลดโหนกแก้มได้อีกด้วย โดยการเสริมคอนทัวร์ของโครงสร้างรอบโหนกแก้ม การเสริมโหงวเฮ้งนั้นมีความเชื่อว่าคนที่ทำด้านค้าขาย หรือทำธุรกิจจะทำให้รับทรัพย์มากขึ้น

Filler เติมเต็มขมับ ที่ใจรักษ์คลินิก
ฟิลเลอร์บริเวณขมับ

3. ฟิลเลอร์บริเวณใต้ตา

เมื่ออายุของเราเพิ่มขึ้นใต้ตาจะมีเนื้อน้อยลง ผิวหนังจะหย่อนคล้อย ไม่เต่งตึง จึงสามารถเติมฟิลเลอร์ลงไปเพื่อให้นหน้าดูเด็กลง และยังทำให้ตาสดใสขึ้นแก้ปัญหาร่องลึก และรอยดำได้อีกด้วย

ฟิลเลอร์บริเวณใต้ตา
ฟิลเลอร์ใต้ต้า

4. ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

เหมาะสำหรับคนที่มีร่องแก้มลึก ทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย ดูมีอายุมากขึ้น ซึ่งฟิลเลอร์สามารถช่วยแก้ปัญหาร่องแก้มได้อย่างตรงจุด ทำให้ร่องแก้มตื้นขึ้นหน้าดูอ่อนวัยกว่าเดิม

ฟิลเลอร์ร่องแก้ม

5. ฟิลเลอร์จมูก

เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้า เสริมความมั่นใจให้กับตนเอง สามารถเสริมทรงจมูกให้มีสันมากขึ้น ระยะเวลาการพักฟื้นในการฉีดฟิลเลอร์น้อยกว่าการผ่าตัด แต่การเสริมจมูกด้วยการฉีดฟิลเลอร์นั้น เหมาะสำหรับคนที่มีฐานจมูกอยู่แล้วต้องการเสริมสันจมูกให้มีความคมเล็กน้อย และได้ผลลัพธ์ที่มีความธรรมชาติ หากต้องการจมูกที่โด่งเกินไป การฉีดฟิลเลอร์อาจจะไม่เหมาะ

รีวิว Filler จมูก
ฟิลเลอร์ จมูก

6. ฟิลเลอร์ปาก

เหมาะสำหรับคนที่มีริมฝีปากค่อนข้างบาง หรือมีร่องรอยบริเวณขอบปาก ผิวของปากแห้ง สามารถใช้ฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็มได้ ทำให้ได้ผลชัดเจน หรืออีกกรณีต้องการเปลี่ยนทรงปาก ซึ่งได้รับความนิยมกันมากได้แก่ ทรงปากสายฝอ ซึ่งมีความอวบอิ่มเต่งตึงชัดเจน หรือทรงปากกระจับ ซึ่งฟิลเลอร์ก็สามารถจัดทรงได้ตามที่ต้องการเช่นกัน

ฟิลเลอร์ปาก

7. ฟิลเลอร์บริเวณคาง

ช่วยแก้ปัญหารูปทรงของใบหน้า และโครงสร้างหน้าได้ และยังสามารถช่วยเสริมความมั่นใจ สามารถทำให้หน้าวีเชฟหรือหน้ายาวขึ้นได้ ซึ่งทรงต่างๆขึ้นอยู่กับตัวผู้รับบริการเอง สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคุณหมอได้ ตามความต้องกา เพื่อปรับให้เข้ากับรูปหน้าของแต่ละคน

ฟิลเลอร์ คาง

8. ฟิลเลอร์แก้มตอบ

ช่วยแก้ปัญหาแก้มที่ตอบซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่ พันธุกรรม น้ำหนักลง การถอนฟันหรือจัดฟัน เป็นต้น การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปสามารถทำให้ใบหน้าดูอิ่มมากขึ้น และมีข้อดีคือใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน

ฟิลเลอร์ แต่ละจุดบนใบหน้าต้องใช้กี่ซีซี  (CC)

ฟิลเลอร์ แต่ละจุดบนใบหน้าต้องใช้กี่ซีซี

เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับคนที่สนใจอยากฉีดฟิลเลอร์ ที่ถามกันเข้ามาว่าแต่ละจุดบนใบหน้าถ้าจะเติมฟิลเลอร์ต้องใช้กี่ซีซี
ที่ใจรักษ์คลินิกคุณหมอนิ้งและทีมแพทย์จะประเมินทุกเคสตามความเหมาะสม เพื่อการเติมเต็มที่ให้ผลลัพธ์และตรงความต้องการของคนไข้มากที่สุด ดังนี้✨

บริเวณใต้ตา💉
เติมใต้ตาให้อิ่มฟูสวยทั้งสองข้าง ใช้ประมาณ 1-2 ซีซี ขึ้นอยู่กับพื้นฐานใต้ตาเดิมของแต่ละคน โดยคุณหมอจะเลือกฟิลเลอร์ที่เข้ากับปัญหาแต่ละเคส เพื่อให้การเติมเต็มออกมาเนียนสวยเป็นธรรมชาติมากที่สุด

บริเวณขมับ💉
ส่วนใหญ่คนไทยจะมีปัญหาเรื่องขมับไม่เต็ม ซึ่งทำให้ใบหน้าดูไม่ละมุน ปริมาณฟิลเลอร์ที่เติมขมับให้เต็มพอดีจะอยู่ที่ประมาณ 2-4 ซีซี ขึ้นอยู่กับรูปหน้าของแต่ละคน โดยฟิลเลอร์ที่เหมาะสมคือฟิลเลอร์ที่เนื้อฟู มีความสามารถในการยกพยุงผิวได้ดี

เติมแก้มส้ม💉
เติมแก้มส้มให้ใบหน้าดูเด็ก มีวอลลุ่ม สร้างมิติ ใช้ปริมาณ 1-3 ซีซี ขึ้นอยู่กับพื้นฐานหน้าแก้มและรูปหน้าของแต่ละคน

บริเวณร่องแก้ม💉
ปัญหายอดฮิตอีกอย่างก็คือร่องแก้มลึก ถ้าต้องการเติมฟิลเลอร์ให้ตื้นขึ้น สามารถช่วยให้หน้าอ่อนเยาว์ขึ้นได้ โดยปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ จะอยู่ที่ประมาณ 1-2 ซีซี ต่อร่องแก้มทั้ง 2 ข้าง

บริเวณคาง💉
คางมาหน้าก็ปัง เติมคางให้สวยจะอยู่ที่ประมาณ 1-2 ซีซี ขึ้นอยู่กับรูปหน้าของแต่ละคน แต่หากอยากเติมทั้งคางและกรอบหน้าสร้างมิติให้รูปหน้าอาจจะใช้ถึง 3 ซีซี โดยที่ฟิลเลอร์ที่เหมาะกับการเติมคางและกรอบหน้าให้สวยก็จะเป็นฟิลเลอร์ที่เนื้อแน่นฟู มีความสามารถในการยกพยุงผิวได้ดี

เติมริมฝีปาก💉
เติมริมฝีปากให้อวบอิ่ม ปั้นทรงสวย ใช้ปริมาณ 1-2 ซีซี หากชอบริมฝีปากเนียนสวยแบบธรรมชาติจะใช้ประมาณ 1 ซีซี โดยใช้ฟิลเลอร์ที่เนื้อละเอียด นิ่ม มีความยืดหยุ่นสูง แต่ถ้าอยากได้ปากอวบอิ่มแบบสาย ฝอ ก็จะเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่เนื้อแน่นมากขึ้น แต่ยังคงต้องมีความยืดหยุ่นสูง ปริมาณอาจจะใช้ 1-2 ซีซี ขึ้นอยู่กับทรงปากที่คนไข้ต้องการ

อันตรายของ ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ ปลอม

การฉีดฟิลเลอร์จะมีอันตรายก็ต่อเมื่อ ฟิลเลอร์ที่เลือกฉีดนั้นเป็นฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งมีได้มากมายหลายประเภท เช่น ซิลิโคนเหลว ไบโอพลาสติก พาราฟิน ซึ่งไม่ได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยา

การฉีดฟิลเลอร์ปลอมเข้าไปนั้น มีอันตรายอย่างมาก เพราะเมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายแล้ว จะเกิดอาการเป็นก้อน มีลักษณะแข็งเป็นไต และอาจมีอาการข้างเคียงต่างๆดังนี้ อักเสบ ผิวบริเวณที่ฉีดขรุขระ บวมแดง และติดเชื้อ บางกรณีอาจส่งผลให้เกิดเนื้อตาย เนื้อเน่า และตาบอดได้

วิธีแก้ไขหากมีการฉีดฟิลเลอร์ปลอม ที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าไปในจุดต่างๆ โดยปกติแล้วฟิลเลอร์ปลอมจะไม่มีการสลายตัว จึงต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัดและขูดฟิลเลอร์ออกเท่านั้น

ข้อดีของ ฟิลเลอร์

  • ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ใช้เวลาน้อย ไม่ต้องพักฟื้น
  • สามารถยกกระชับ หรือปรับโครงสร้างใบหน้าให้ได้รูป
  • สามารถเติมจุดที่ทำให้ดูสูงวัย จุดที่หย่อนคล้อยกับมาเต่งตึงขึ้น
  • ช่วยเสริมโหงวเฮ้งปรับรูปหน้า ตามความเชื่อของแต่ละคนได้
  • มีความปลอดภัยไม่ทำให้เกิดสารตกค้างในร่างกาย
  • แก้ปัญหาต่างๆที่ต้องการได้อย่างตรงจุด

ฟิลเลอร์ มีกี่แบบ

1.ฟิลเลอร์เรสติเลน (Restylane)

คือ สารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) จากประเทศสวีเดน ที่ผ่านการรับรองจาก FDA มีการพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ยอมรับจากแพทย์ทั่วโลก Restylane เป็นของบริษัท Galderma ที่ผลิตฟิลเลอร์มายาวนานที่สุดในโลกและยังคงความนิยมสูงสุดจนถึงปัจจุบัน โดยเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะของฟิลเลอร์ Restylane ประกอบไปด้วย 2 เทคโนโลยีขนาดโมเลกุล คือ NASHA technology และ OBT technology ซึ่งทำให้ฟิลเลอร์ Restylane มีคุณสมบัติที่สามารถใช้ได้หลากหลายบริเวณ เพื่อปรับแก้ปัญหาบริเวณใบหน้าและส่วนอื่นๆได้อย่างตรงจุด มีความปลอดภัยเพราะใกล้เคียงกับไฮยารูลอนิกแอซิดที่อยู่ในร่างกายของเรา จึงไม่เกิดการต่อต้านหรือเกิดอาการแพ้ระคายเคือง

ฟิลเลอร์ Restylane มีรุ่นอะไรบ้าง ?

1.ฟิลเลอร์เรสติเลน (Restylane)

  • Restylane Vital Light ฟิลเลอร์ชนิดนี้ช่วยในการปรับโครงสร้างพร้อมฟื้นฟูสมดุลของน้ำในผิว เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิวมีส่วนผสมของยาชา เป็นโมเลกุลที่เล็กที่สุด มีความนิ่มมากที่สุด ด้วยความเข้มข้นของ hyaluronic acid ที่น้อยที่สุดที่ 12 mg/ml (ชนิดอื่นมีความเข้มข้น 20 mg/ml)  เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มบริเวณริมฝีปาก หน้าผาก หน้าแก้ม เก็บรายละเอียดผิวชั้นตื้น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ใต้ตา เติมเต็มร่องน้ำตา ลดใต้ตาคล้ำ ช่วยให้ผิวบริเวณที่เติมเต็มกระจ่างใสมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถฉีดผิวทั่วหน้าเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเสริมการอุ้มน้ำของผิว ให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นได้ดีอีกด้วย

 ระยะเวลาฟิลเลอร์คงอยู่ได้ประมาณ 8-12 เดือน 

  • Restylane Vital ฟิลเลอร์ชนิดนี้มีส่วนผสมของยาชา เนื้อฟิลเลอร์มีลักษณะโมเลกุลเล็ก นิ่ม เกลี่ยง่าย ใช้ในการเติมแทนเนื้อหรือไขมันบนหน้าที่ขาด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฉีดบริเวณรอบดวงตา เติมเต็มหน้าผาก หรือสำหรับผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว ผิวหน้าไม่เรียบ นอกจากนี้ยังสามารถเติมเต็มบริเวณหลังมือให้ดูเต่งตึง ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้ชนิดโมเลกุลใหญ่

ระยะเวลาฟิลเลอร์คงอยู่ได้ประมาณ 8 เดือน

  • Restylane classic เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เนื้อเจลมีลักษณะแข็งปานกลาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มบริเวณขมับ แก้มตอบในเคสที่มีปัญหาขาดเนื้อหน้าแก้มมากกว่าปัญหากระดูกหน้าแก้มที่ยุบตัว เติมแก้มส้ม ร่องน้ำหมาก รวมถึงเติมเต็มริมฝีปากให้อวบอิ่ม ช่วยเติมร่องลึกให้ตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ระยะเวลาฟิลเลอร์คงอยู่ได้ประมาณ 8-12 เดือน

  • Restylane Lyft เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เป็นเนื้อเจลที่มีลักษณะอนุภาคใหญ่ ขึ้นรูป มีแรงยกกระชับสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมเต็มบริเวณใบหน้าให้มีวอลลุ่มมากๆ มักใช้ในจุดที่ต้องการปรับรูปหน้าแทนเนื้อกระดูก เติมใต้ตาชั้นลึก จมูก คาง ยกหน้าแก้ม ร่องแก้ม ขมับ หน้าผาก สามารถช่วยยกกระชับและปรับกรอบหน้า

ระยะเวลาฟิลเลอร์คงอยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน 

2.) โมเลกุลกลุ่ม OBT Technology รุ่น OBT

  • Restylane Refyne เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เป็นเนื้อเจลที่มีลักษณะโมเลกุลขนาดเล็ก มีความยืดหยุ่นค่อนข้างสูง เหมาะกับผู้ที่มีผิวบาง ใช้ในชั้นผิวที่ตื้น เนื้อเจลกลืนเข้ากับผิวได้ดี สามารถเติมเต็มบริเวณหน้าแก้ม ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก รวมไปถึงเติมเพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยต่างๆบนใบหน้า ช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนกว่าวัยมากขึ้น

ระยะเวลาฟิลเลอร์คงอยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน

  • Restylane Volyme เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา เป็นเนื้อที่มีโมเลกุลใหญ่สุดในกลุ่ม OBT มีความยืดหยุ่นและขนาดที่เฉพาะเจาะจง เนื้อแข็งปานกลาง โดดเด่นเรื่องการฉีดแล้วผิวอิ่มฟูมากกว่าตัวอื่น ไม่บวม มักใช้ในบริเวณที่เนื้อบาง เน้นการเติมเต็มใบหน้าให้ดูอวบอิ่ม อ่อนเยาว์มากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเติมบริเวณหน้าแก้ม เติมแก้มตอบ ร่องแก้ม ขมับ หรือหน้าผากในบางราย 

ระยะเวลาฟิลเลอร์คงอยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน 

  • Restylane Defyne เป็นฟิลเลอร์ที่มีส่วนผสมของยาชา มีลักษณะเนื้อเจลที่ขึ้นรูปแต่ยังคงความอ่อนนุ่ม เหมาะสำหรับการใช้ฉีดเสริมบริเวณกรอบหน้า โหนกแก้ม เติมบริเวณขมับ คาง บริเวณริมฝีปาก มุมปาก หน้าผาก มีคุณสมบัติการกระจายตัวที่ดีทำให้ไม่เป็นก้อน ละมุนเป็นธรรมชาติ ช่วยยกกระชับและปรับกรอบหน้า

ระยะเวลาฟิลเลอร์คงอยู่ได้ประมาณ 18-24 เดือน 

2.ฟิลเลอร์นิวรามิส (Neuramis) จากประเทศเกาหลี

คือ สารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) จากประเทศเกาหลี นำเข้าโดยบริษัท Medyceles ประเทศไทย ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาในประเทศไทย(THFDA) ฟิลเลอร์ชนิดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาและปรับโครงหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งสลายไวกว่าฟิลเลอร์ของทางยุโรปและอเมริกา 

ฟิลเลอร์ Neuramis มีรุ่นอะไรบ้าง ?

  • Neuramis Deep เป็นฟิลเลอร์รุ่นที่ไม่ผสมยาชา จำเป็นต้องใช้ยาชาก่อนฉีด ระหว่างฉีดอาจมีความรู้สึกเจ็บกว่าฟิลเลอร์แบรนด์อื่นๆ เนื้อเจลฟิลเลอร์มีความคงตัวค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับการฉีดบริเวณ ขมับ คาง ร่องแก้ม แก้มตอบ แต่ไม่เหมาะสำหรับการฉีดบริเวณผิวตื้นๆอย่างเช่น ใต้ตา เพราะสามารถทำให้เกิดก้อนได้ เป็นผลิตภัณฑ์ในราคาที่สามารถจับต้องได้ 

ระยะเวลาฟิลเลอร์คงอยู่ได้ประมาณ 6-8เดือน 

3.ฟิลเลอร์จูวิเดิร์ม (Juvederm) จากประเทศอเมริกา

คือ สารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) จากประเทศอเมริกา ได้รับความนิยมจากแพทย์ทั่วโลกมายาวนาน ในการนำมาใช้ปรับรูปหน้า แก้ไขจุดบกพร่องต่างๆบนใบหน้า ซึ่งมีเทคโนโลยี hylacross ที่ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อการขยับได้ดี โดยเน้นการพัฒนาฟิลเลอร์ให้เป็นเนื้อเจล มีจุดเด่นในด้านความเรียบเนียน แต่มีราคาค่อนข้างสูงกว่าฟิลเลอร์แบรนด์อื่นๆ นำเข้าโดยบริษัท Allergan Thailand 

ฟิลเลอร์ Juvederm มีรุ่นอะไรบ้าง ?

  • Juvederm voluma เป็นฟิลเลอร์เนื้อแข็ง มีความหนาแน่นและคงตัวได้ดี เนื้อฟิลเลอร์เนียนไม่เป็นก้อน คุณสมบัติช่วยยกกระชับใบหน้าได้ดี เหมาะสำหรับฉีดบริเวณขมับแก้มส้มแก้มตอบ คาง ยกกระชับปรับรูปหน้า 

ระยะเวลาฟิลเลอร์คงอยู่ได้ประมาณ 18–24 เดือน 

  • Juvederm volift เป็นฟิลเลอร์ที่มีเนื้อนิ่มปานกลาง เหมาะสำหรับฉีดบริเวณร่องลึก ใต้ตา ร่องแก้ม แก้มตอบ ขมับ ริมฝีปาก คาง และ ใบหน้าส่วนล่าง

ระยะเวลาฟิลเลอร์คงอยู่ได้ประมาณ 12-18 เดือน

  • Juvederm volite เป็นฟิลเลอร์ที่มีความพิเศษ เนื้อละเอียดมีความบางเบา อ่อนนุ่ม หลังจากฉีดไม่เป็นก้อน ไม่เป็นคลื่น ให้ความเรียบเนียน เพราะถูกออกแบบมาเพื่อฉีดไปที่ผิวหนังชั้นกลาง เหมาะสำหรับฉีดแก้ไขได้ทุกบริเวณของผิวหน้า ริ้วรอยใต้ตา สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอุ้มน้ำฉ่ำวาว ช่วยให้รูขุมขนกระชับ เรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยเล็กๆลดลง นอกจากนี้ยังสามารถใช้ได้ทั้งกับ บริเวณลำคอและมือ 

ระยะเวลาฟิลเลอร์คงอยู่ได้ประมาณ 9 เดือน

  • Juvederm Ultra Plus เป็นฟิลเลอร์ที่เนื้อมีความแน่นคงตัวสูง สามารถอุ้มน้ำได้ดีมาก เนื้อค่อนข้างฟู เหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการเติมเต็มมาก บริเวณผิวที่มีปัญหาค่อนข้างเยอะ เช่น ขมับ แก้มตอบ ร่องแก้ม คาง

ระยะเวลาฟิลเลอร์คงอยู่ได้ประมาณ 12 เดือน

วิธีสังเกตุ ฟิลเลอร์แท้ ฟิลเลอร์ปลอม

วิธีสังเกตุ ฟิลเลอร์แท้  ฟิลเลอร์ปลอม
  • ราคาของฟิลเลอร์แท้นั้นจะเริ่มตั้งแต่ราคาเกือบหมื่นไปจนถึงหลายหมื่นขึ้นอยู่กับประเภทและแบรนด์ยี่ห้อต่างๆ
  • ตรวจเอกสารกำกับยา และกล่องของฟิลเลอร์ ซึ่งสามารถขอดูผลิตภัณฑ์และเอกสารกำกับยาก่อนที่จะทำการฉีดสารเข้าสู่ใบหน้าเราได้ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ซึ่งสามารถเช็คได้จากรายละเอียดดังนี้
    • กล่อง ต้องไม่มีร่องรอยการใช้งานมาก่อน หรือมีรอยแกะ
    • ดูเอกสารกํากับยาภาษาไทย
    • ดูที่ข้างกล่องตรวจสอบเลขล็อต วันที่ผลิตของยา และวันหมดอายุของฟิลเลอร์ ซึ่งเลขล็อตของฟิลเลอร์สามารถนำไปตรวจเช็คกับบริษัทที่จัดจำหน่ายตัวยานี้ได้
    • ตัวเข็มฟิลเลอร์เมื่อแกะออกมาแล้ว เลขล็อต วันที่ผลิต และวันหมดอายุจะต้องตรงกับเลขที่ระบุข้างกล่อง

ข้อควรปฏิบัติก่อนฉีด ฟิลเลอร์

ข้อควรปฏิบัติก่อนฉีด ฟิลเลอร์
ข้อควรปฏิบัติก่อนฉีด ฟิลเลอร์
  • ศึกษาข้อมูลของคลินิกและเลือกรับบริการในคลินิกที่ได้รับมาตรฐาน และทำการฉีดรักษาโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และความชำนาญเท่านั้น เพื่อให้ฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างแม่นยำและตรงจุดที่สุด
  • งดทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีดเช่น ซาวน่า ออกกำลังกาย
  • งดยาประเภท แอสไพริน, NSAIDs
  • ไม่เป็นโรคผิวหนังที่อักเสบ หรือติดเชื้อรุนแรงบริเวณที่จะทำการรักษา

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์อย่างปลอดภัย ทำอย่างไรบ้าง

  • ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสอบโครงสร้างของใบหน้าหรือจุดที่อยากแก้ปัญหาเพื่อประเมินวิธีแก้ และปริมาณของฟิลเลอร์ที่ต้องใช้ในการฉีด
  • แพทย์จะแนะนำฟิลเลอร์ ยี่ห้อและรุ่นที่เหมาะสมกับจุดที่ต้องการรักษา
  • ทำความสะอาดใบหน้าหรือบริเวณที่จะรักษา ก่อนฉีดเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ตรวจสอบกล่องฟิลเลอร์เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้
  • ประคบน้ำแข็งหรือยาชาเพื่อลดความเจ็บจากการฉีด
  • เมื่อฉีดเสร็จแล้วฟังคำแนะนำวิธีดูแลตัวเองจากแพทย์และปฏิบัติตามเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีและอยู่ได้นานขึ้น

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด ฟิลเลอร์

ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด ฟิลเลอร์
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีด ฟิลเลอร์
  • ห้ามนอนราบหลังการฉีดฟิลเลอร์ 3-4 ชั่วโมง
  • ช่วง 12 ชั่วโมงแรก ห้ามแต่งหน้าหรือว่าใช้ครีมบำรุงทุกชนิด
  • ห้ามออกกำลังกายภายใน 48 ชั่วโมงแรก หรือสัมผัสความร้อนด้วยวิธีต่างๆ รวมทั้งห้ามถูหน้าแรงๆ
  • ควรดื่มน้ำมากๆ ประมาณวันละ 12 แก้วต่อวัน

หลังฟิลเลอร์สลาย จะเป็นอย่างไร

เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไปแล้ว ร่างกายหรือผิวบริเวณที่ฉีดจะดูเต่งตึงและมีความชุ่มชื้นขึ้น รวมถึงมีน้ำมาหล่อเลี้ยงมากขึ้นด้วย คอลลาเจนและอีลาสตินบริเวณนั้นก็จะถูกสร้างขึ้นด้วยเช่นกัน

เมื่อฟิลเลอร์ถูกสลายหมดแล้วแต่คอลลาเจนและอีลาสตินของร่างกายจะยังคงอยู่ สภาพผิวหลังจากฟิลเลอร์สลายจะดีขึ้นกว่าก่อนฉีด เพราะยังคงเหลือคอลลาเจนและอีลาสตินอยู่ ซึ่งจะไม่ทำให้ใบหน้าดูแก่ขึ้น แต่จะช่วยชะลอให้ผิวดูมีอายุแก่ช้าลง

ฉีดสลายฟิลเลอร์ อันตรายไหม

ฉีดสลายฟิลเลอร์

การฉีดสลายฟิลเลอร์คือการฉีด เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เข้าไปที่ใต้ชั้นผิวหนังเพื่อสลายเนื้อฟิลเลอร์ ซึ่งจะสามารถสลายได้ในกลุ่มฟิลเลอร์แท้เท่านั้น

การทำงานของเอนไซม์ตัวนี้จะเข้าไปลดการกักเก็บน้ำ ไขมัน และลดการยึดเกาะของฟิลเลอร์ทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ กลับมาเรียบเสมอกันได้ จะใกล้เคียงกับช่วงก่อนฉีดฟิลเลอร์มากที่สุด โดยเป็นวิธีที่ไม่มีผลข้างเคียงอันตรายใดๆ

ปกติจะใช้แก้ปัญหาเมื่อมีการฉีดฟิลเลอร์แล้วเกิดอาการบวม หรือฉีดผิดตำแหน่ง แต่หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลให้คอลลาเจนที่กักเก็บอยู่ในชั้นผิวนั้นมีการสลายได้ การฉีดสลายฟิลเลอร์นั้นจะออกฤทธิ์หลังจากฉีดไปจนถึงระยะ 48 ชั่วโมง

หลังจากการฉีดจะมีอาการบวมเล็กน้อยซึ่งจะหายได้เองภายในระยะเวลา 7 วัน  การฉีดสลายฟิลเลอร์ สามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ตามการประเมินของแพทย์หากยังเหลือฟิลเลอร์อยู่

หากอยากจะมีการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเพื่อที่จะเติมเต็มในส่วนที่เพิ่งสลาย ควรทิ้งระยะ 5-7 วันเพื่อให้ยาสลายฟิลเลอร์ได้ออกฤทธิ์ให้หมดก่อน

ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเข้ารับบริการในสถานบริการหรือคลินิกที่ได้มาตรฐานเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างไม่มีผลข้างเคียง

หากฟิลเลอร์ยังไม่สลาย สามารถฉีดฟิลเลอร์ซ้ำได้มั้ย

การฉีดฟิลเลอร์สามารถเติมใหม่ได้เรื่อยๆ ได้ทุกตำแหน่งที่ต้องการ โดยไม่ต้องรอให้ฟิลเลอร์ที่เคยฉีดไปแล้วสลายให้หมดก่อน และไม่จำเป็นต้องเป็นฟิลเลอร์ยี่ห้อเดียวกัน หรือรุ่นเดี่ยวกัน หากเป็นฟิลเลอร์แท้สามารถเติมได้เรื่อยๆตามที่ต้องการ

รีวิวการฉีดฟิลเลอร์

รีวิว ฟิลเลอร์ใต้ตา


 

 

 

รีวิว ฟิลเลอร์คาง


 

 

รีวิว ฟิลเลอร์ร่องแก้ม


 

 

รีวิว ฟิลเลอร์หน้าผาก


 

 

รีวิว ฟิลเลอร์ปาก


 

[gallery size=”full” link=”file” ids=”2437,2436,2438,2059,2061,2058″ orderby=”ran

บริการของใจรักษ์

หมายเหตุ : ผลลัพธ์ขึ้นอยู่แต่ละบุคล

FILLER

ลดริ้วรอย

ULTRAFORMER III &HIFU

THERMAGE

ร้อยไหม

MESO

IV DRIP

TREATMENT

ติดต่อสอบถาม / ปรึกษาคุณหมอฟรี