โบท็อก ปรับรูปหน้าวีเชฟ แบบไม่ต้องศัลยกรรม

โบท็อก

โบท็อก  คืออะไร

Botox (โบท็อก )หรือชื่อเต็มคือ Botulinum toxin type A ( โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ ) มีสารสกัดจากแบคทีเรีย ที่ชื่อว่า Clostridium Botulinum โบท็อกเป็นที่นิยมในกลุ่มคนที่ชื่นชอบเรื่องการเสริมความงาม การฉีดโบท็อกจะมีฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้มัดกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทำงานได้น้อยลงระยะหนึ่ง ช่วยในการลดริ้วรอย เห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยหลังจากฉีดจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วัน และจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ สามารถอยู่ได้นาน 4-6 เดือน จากนั้นกล้ามเนื้อจะค่อยๆ กลับมาเหมือนเดิม โดยสามารถกลับมาฉีดเพิ่มเติมได้เรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะกลับมาฉีดซ้ำในทุกๆ 3 ถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

โบท็อกเป็นตัวยาที่สามารถใช้ฉีดได้หลากหลายตำแหน่ง ตามจุดประสงค์ของแต่ละคน โดยผู้เข้ารับบริการต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและมีความปลอดภัย บริเวณที่นิยมฉีดโบท็อกจะเป็นส่วนที่เกิดริ้วรอยได้ง่าย เช่น หน้าผาก หางตา ระหว่างคิ้ว หรือ ผิวที่เกิดรอยพับได้ง่าย นอกจากนี้การฉีดโบท็อกยังฉีดเพื่อปรับให้รูปหน้าเรียว และช่วยลดกรามให้มีขนาดเล็กลงได้อีกด้วย

จากผลการวิจัยการฉีดโบท็อกมีความปลอดภัยสูงมาก สามารถสลายได้เอง ไม่มีสารตกค้าง และไม่ส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว หากมีการประเมินของแพทย์ในการใช้ตัวยาที่เหมาะสม จะไม่มีผลข้างเคียงหรืออันตรายเกิดขึ้น

 

ใครบ้างที่เหมาะสำหรับฉีด โบท็อก

โบท็อก  มีคุณสมบัติในการแก้ปัญหาได้หลากหลายจุด โดยปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นได้ทั้งคนอายุน้อยไปจนถึงคนสูงอายุ เช่น กรามใหญ่ น่องขาใหญ่ รอยย่นบริเวณผิวบนใบหน้าที่เกิดจากการแสดงสีหน้า ได้แก่ รอยย่นบริเวณหน้าผาก ตีนกา รอยบริเวณหางตา รอยระหว่างคิ้ว และบริเวณคอที่มีการหย่อนคล้อยไม่เรียบเนียน หรือใบหน้าไม่กระชับ กรอบหน้าไม่ชัดเจน โบท็อกก็สามารถช่วยได้ หรือใครที่เหงื่อออกบริเวณรักแร้ในปริมาณมาก มีอาการปวดหัวเรื้อรัง อาการตากระตุก อาการ Office Syndrome โบท็อกก็สามารถช่วยได้เช่นกัน

เห็นได้ว่าปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และเป็นปัญหาที่ทุกคนต้องเจอในอนาคต โบท็อกจึงสามารถใช้ได้ในทุกเพศทุกวัย

ในกลุ่มคนที่รักความสวยงามมักจะนิยมใช้โบท็อกฉีดบริเวณต่างๆ ดังนี้

  • กรามเพื่อลดขนาดกราม ทำให้ใบหน้าดูเป็นทรงวีเชฟ และเรียวขึ้น
  • กรอบหน้า เพื่อทำให้เห็นกรอบหน้าชัดเจน ผิวไม่หย่อนคล้อย

โบท็อก กรอบหน้า

  • ปีกจมูกใช้เพื่อลดขนาดของปีกจมูก ทำให้เห็นเป็นแกนจมูกชัดเจนขึ้นและเป็นสัน
  • โหนกแก้ม เวลายิ้มบางคนจะมีโหนกแก้มนูนขึ้นมา การฉีดโบท็อกจะทำให้โหนกแก้มมีขนาดลดลงได้
  • ขาบริเวณน่อง เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณน่อง ส่งผลให้ขาที่ฉีดดูเรียว
  • กล้ามแขน บ่า ไหล่ ช่วยให้แขนเล็กลง มีลำคอที่ดูสวยระหง
  • ฉีดลดการยิ้มเห็นเหงือก หรือ gummy smile
  • บริเวณผิวที่มีริ้วรอย เพราะโบท็อกสามารถช่วยลดริ้วรอยได้

ในกลุ่มผู้สูงอายุโบท็อกก็ได้รับความนิยมเช่นกัน เพราะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดจากริ้วรอยเหี่ยวย่นได้อย่างตรงจุด โดยมักจะฉีดบริเวณต่างๆ ดังนี้

  • ร่องแก้ม เพื่อแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยของผิว ทำให้ดูเรียบเนียนเต่งตึง เหมาะสำหรับร่องแก้มที่ไม่ลึกมาก ฉีดไม่ได้
  • หน้าผาก ช่วยแก้ปัญหาความเหี่ยวย่นเกิดจากการแสดงสีหน้า และอารมณ์
  • ระหว่างคิ้ว

โบท็อก ระหว่างคิ้ว

  • คอ เพื่อความหย่อนคล้อยของผิวหนัง
  • หางตา

Botox ริ้วรอย หางตา

ต้องดูแลตัวเองอย่างไรหลังฉีด โบท็อก

โบท็อกเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน มีกระบวนการในการทำงานที่ง่าย และไม่เจ็บมาก โดยจะประคบน้ำแข็งก่อนรักษา เพื่อให้คนไข้ไม่เจ็บ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้เข็มขนาดเล็กฉีดโบท็อกลงไปตามจุดที่ต้องการ จึงไม่ต้องพักฟื้นนาน

การปฏิบัติตัวหลังการฉีดโบท็อกมีดังนี้

  • ควรบริหารกล้ามเนื้อ หรือขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทันทีหลังจากฉีดโบท็อก เช่น ถ้าฉีดบริเวณกราม คุณหมอจะแนะนำให้เคี้ยวหมากฝรั่งหลังจากฉีด
  • หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนทุกชนิด เช่น การกินอาหารต่อหน้าเตา (อาหารปิ้งย่าง/ชาบู) การทำเลเซอร์ร้อน การเข้าห้องซาวน่า  (2 สัปดาห์)
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด (2 สัปดาห์)
  • งดสูบบุหรี่ (2 สัปดาห์)
  • งดทานอาหารหมักดองหรืออาหารสุกๆ ดิบๆ และอาหารที่มีรสหวาน (2 สัปดาห์)
  • ห้ามนอนราบเป็นเวลา 3 ชั่วโมง หรือก้มหน้าลงต่ำ
เรื่องล่าสุด