ULTRAFORMER III / MMFU / HIFU

HIFU ? เหมาะกับใคร

          หลายคนคงสงสัยว่า HIFU เหมาะกับใคร ดีอย่างไร?

HIFU ช่วยในการยกกระชับผิว

          ทำได้ทั้งบริเวณใบหน้า เหนียง คอ แม้แต่ต้นแขน และต้นขา

          เห็นผลลัพธ์หลังทำทันทีตั้งแต่ครั้งแรก

          ยิ่งสำหรับคนที่กลัวเข็ม กลัวการผ่าตัด HIFU จึงเป็นตัวเลือกที่ดีและมีความปลอดภัยสูง

HIFU คืออะไร? 

HIFU คือ นวัตกรรมความงามรูปแบบใหม่ที่ให้ผลทางด้านลดเลือนริ้วรอย ความหย่อนคล้อย และเพิ่มความกระชับให้กับบริเวณผิวหน้าและร่างกาย  มีหลักการทำงานโดยใช้คลื่นเสียงอัลตร้าซาวด์ที่พัฒนามาจากการอัลตร้าซาวด์ตรวจครรภ์ทางการแพทย์ ยิงเข้าไปใต้ชั้นผิวแต่ละชั้นเพื่อทำให้ผิวชั้นนั้นหดตัวเสมือนกับการเย็บที่เนื้อ ซึ่งเป็นการดึงหน้า ที่ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับและอ่อนเยาว์มากขึ้น จึงมีความปลอดภัยสูงและไม่ทำร้ายผิวหนังบริเวณชั้นนอก (เพราะไม่ใช่LASER และไม่ใช่คลื่นแสง) อีกทั้งคลื่นเสียงนี้ไม่เป็นอันตรายต่อสายตา จึงสามารถช่วยเน้นที่บริเวณใต้ตาและรอบดวงตาได้โดยตรง

HIFU ช่วยอะไร? 

การทำ HIFU ช่วยอะไรได้บ้าง? เมื่ออายุมากขึ้นกลไกการหย่อนคล้อยของใบหน้าเราทุกคนนั้นเกิดจากการยืดออกของอีลาสตินและคอลลาเจน ซึ่ง HIFU เป็นเครื่องมือที่ใช้แก้ไขจุดนี้ได้โดยตรง ทำให้เราสามารถยกกระชับใบหน้าให้ดูย้อนวัยได้ ซึ่ง HIFU นั้นถูกออกแบบมาให้สามารถกระตุ้น Collagen ได้ในทุกชั้นของผิว กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ หลักๆ คือเซลล์ Fibroblasts โดยเนื้อเยื่อที่สร้างใหม่นี้จะแน่นกว่าของเดิม กระชับกว่า ทำให้ผิวยกกระชับ รูขุมขนดีขึ้น ผิวเนียนนุ่มขึ้น หน้าเรียบเนียนใสอย่างเป็นธรรมชาติ และอีกจุดที่ HIFU ช่วยได้คือการกระชับไขมันเหนียง ลดริ้วรอยที่คอ เห็นผลได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ นอกจากนี้การทำ HIFU จะช่วยป้องกันความหย่อนคล้อยของผิวในอนาคตได้

HIFU สามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ18ปี หรือเริ่มมีการหย่อนของคอลลาเจน ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อเราอายุมากกว่า20ปีขึ้นไป ซึ่งการบำรุงตั้งแต่อายุยังน้อยก็สามารถช่วยชะลอการเสื่อมของสภาพผิวได้ดีที่สุด

ควรเลือก ทำ HIFU ที่ไหนดี คลินิกไหนดี มีปัจจัยที่ต้องพิจารณาตามลำดับความสำคัญดังนี้

  1. ยี่ห้อเครื่องHIFU(สำคัญที่สุด) การทำ Hifu จะได้ผลดีเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนและอยู่ได้นานนั้น ขึ้นกับคุณภาพของเครื่องที่ใช้เป็นหลักนะครับ

ข้อเสียของเครื่องเกรดต่ำ

  • พลังงานจะไม่คงที่บาง shot แรงมาก บาง shot เบามาก หมอจึงไม่กล้าใช้พลังงานสูงเพราะ shot ที่แรงเกินไปอาจจะทำให้ผิวไหม้หน้าบวมและอาจโดนเส้นประสาทและทำให้หน้าเบี้ยวได้ การที่หมอใช้พลังงานต่ำลงทำให้ยิงแล้วไม่เจ็บ อาจเห็นผลบ้างแต่ก็จะอยู่ได้ไม่นาน
  • จุดของพลังงานจะไม่ focus บางจุดร้อนตรงกลาง บางจุดไม่ร้อน ไม่มีความสม่ำเสมอ ทำให้เห็นผลน้อยลง
  • รอบประมวลผลในการปล่อยพลังงานต่ำใช้เวลาในการยิงนานขึ้น จะเจ็บมากขึ้นโดยที่ได้ผลเท่าเดิม
  • ใน 1 หัวยิง สมมุติว่ามี 20,000 shot shot ที่ยิงออกมาแรกๆ จะพลังงานสูง shot ท้ายๆพลังงานจะต่ำลงทำให้ได้ผลน้อยลง

2. HIFU ราคา จะเห็นว่าแต่ละคลินิกมีการตั้งราคาไฮฟูแตกต่างกัน ก็ต้องย้อนกลับไปดูยี่ห้อเครื่องที่ใช้ครับว่าเป็นเกรดไหน โดยเฉพาะกรณีไม่จำกัด shot ก็ต้องถามรายละเอียดเงื่อนไขให้ดี เพราะอย่างที่อธิบายไปแล้วว่าเครื่องเกรดดีๆ ย่อมมีต้นทุนหัวยิงและต้องเปลี่ยนหัวเมื่อ shot หมด การทำ hifu บุฟเฟ่ อาจโดนจำกัดด้วยเงื่อนไขต่างๆ

3. แพทย์ผู้ทำ ผลลัพธ์จะแตกต่างไปในการทำหัตถการของแพทย์แต่ละคนจะมีเทคนิคพิเศษบ้างในบางจุดเช่น ถุงใต้ตา แก้หนังตาตก ยกมุมปาก

4. การดูแลหลังการรักษา ข้อนี้ก็สำคัญเพราะเคสส่วนมากที่ผิดหวังกับการทำHIFU เกิดจากการคาดหวังผลที่เกินจริง อาจจะเป็นเพราะคำโฆษณาจากเซลล์ หรือรูปภาพที่ผ่านการตัดต่อ ซึ่งทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อนทำ ถามให้ชัดเจนว่าจะได้ผลประมาณไหน เพราะหมอทุกคนย่อมมีจรรยาบรรณและความรับผิดชอบ แต่บางคลินิกไม่มีการเปิดโอกาสให้คนไข้ปรึกษาหมอ ให้คุยกับเซลล์เสร็จก็เข้าห้องทำเลย หมอก็ไม่มีโอกาสอธิบายคนไข้ จึงเกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และเกิดความผิดหวังในผลการรักษาตามมา ซึ่งในกรณีนี้ หากเป็นคลินิกที่มีความรับผิดชอบ ย่อมสามารถแก้ไขให้คนไข้พึงพอใจได้ โดยสามารถดูได้จาก รีวิวตามสื่อต่างๆที่เป็นกลาง

HIFU กี่shotเห็นผล

หลายคนสงสัยว่าการทำ hifu กี่ช็อตถึงจะเห็นผล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้แต่ละคนครับ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณไขมัน ความหย่อนคล้อยและสภาพผิว ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลกับผลการรักษา จึงต้องปรึกษากับหมอให้ช่วยประเมินก่อนทำ เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดครับ

HIFU เจ็บไหม

เจ็บแต่พอทน

          เรามักจะเห็นจากโฆษณาหลายๆที่ว่า การทำ HIFUเห็นผลทันทีและไม่เจ็บ ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย ถ้าถามว่าการทำ Hifu เจ็บไหม ขอตอบว่าเจ็บครับ การทำ HIFU ที่ได้ประสิทธิภาพนั่น ขณะทำต้องมีความรู้สึกปวดๆตึงๆบริเวณใต้ชั้นผิวแสดงถึงการยิงคลื่นเสียงเข้าถึงชั้นเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ(SMAS) เพื่อความยกกระชับ และผลการทำ Hifu Macrofocus อยู่ได้ 6 เดือนและสามารถมีระยะเวลาถึง 1 ปี แต่ต้องแลกมาด้วยความเจ็บที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม Hifu/Ulthera จึงมักมีคำกล่าวว่า ยิ่งเจ็บ ยิ่งสวย

          ที่บางคลินิกโฆษณาว่าไม่เจ็บ เป็นเพราะเครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการปรับใช้พลังงานที่ไม่สูง ผลที่ได้จะน้อยลง และระยะเวลาอยู่ได้สั้นลงครับ

HIFU อยู่ได้กี่เดือน

ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพเครื่อง และshot ที่เหมาะสม

          หลังทำจะเห็นผลทันทีประมาณ 20% ชั้นผิวจะหดจากความร้อนที่ Focus ลงใต้ผิว 60°C-70°C โดยไม่ทำให้ผิวชั้นบนร้อน ไม่ทำให้ผิวไหม้ หลักการคล้ายกับเนื้อที่เราวางลงบนกระทะร้อนๆ เนื้อจะหด

          ผลการทำ HIFU จะเห็นผลเต็มที่ในระยะ 2-3 เดือน โดยทั่วไปจะอยู่ได้ 5-6 เดือนและสามารถ มีระยะเวลาถึง 1 ปีขึ้นอยู่กับคนไข้สามารถทนเจ็บได้หรือไม่

วิธีการดูแลตัวเองก่อนหลัง การทำ HIFU

ก่อนทำ  ควรเตรียมตัวอย่างไร?

  • ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  • งดสูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพราะจะช่วยในการสร้างคอลลาเจนให้กับเซลล์ใหม่ให้เป็นไปได้ด้วยดียิ่งขึ้น

หลังทำ  ห้ามทำอะไรบ้าง?

  • สามารถทาครีมบำรุงผิวหน้าได้ตามปกติ แต่แนะนำให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ เสริมจากเดิมเพื่อป้องกันแสงแดด
  • หลีกเลี่ยงการออกแดดกลางแจ้งสัก 1-2 สัปดาห์ เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูของคอลลาเจนใต้ผิว
  • หากมีอาการเมื่อยหรือตึงผิวก็สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้
  • ไม่ควรนวดหรือถูใบหน้าแรงๆ
  • ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นการทำลายการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นใต้ผิวหนัง

………………………………………………….
เลือกช่องทางติดต่อที่สะดวกทางนี้เลยนะคะ👇👇👇
📲 [email protected] ID: @jairuk_clinic
หรือคลิก : https://line.me/R/ti/p/%40jairuk_clinic
📱 Tel: 062-8487799 สาขาสวนสยาม (ติดถนนใหญ่อยู่ระหว่างซอยสวนสยาม 10 และ 12)
📱 Tel: 093-6365153 สาขางามวงศ์วาน (อยู่ในโลตัสพงษ์เพชร ติด รพ.นนทเวช)