ฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหาตาคล้ำได้จริงไหม

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร

ฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการที่ฉีดสารเติมเต็มที่เรียกว่า Hyaluronic Acid เข้าไปบริเวณใต้ดวงตา สามารถแก้ปัญหาใต้ตาได้อย่างตรงจุด ซึ่งจะสามารถเห็นผลลัพธ์ ได้ทันทีหลังจากฉีด โดยไม่ต้องผ่าตัด 

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัด และต้องใช้หน้าตาเพื่อการทำงาน จึงไม่มีเวลาพักฟื้นในการผ่าตัด ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตานั้น สามารถแก้ปัญหาถุงใต้ตา ใต้ตาคล้ำ ตาลึก และริ้วรอยบริเวณตา ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องพบเจอกันเกือบทุกคน หากมีอายุที่เพิ่มขึ้น และยังสามารถเจอได้ในทุกเพศทุกวัยเช่นกัน 

นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับคนที่เกิดอาการตาไม่สดใส ส่งผลทำให้ใบหน้าดูไม่สดใส ใบหน้าดูโทรม ไม่สดชื่น และยังทำให้ดูแก่กว่าวัยหรือมีอายุมากกว่าวัย ก่อให้หมดความมั่นใจตามมาอีกด้วย

สารเติมเต็ม  Hyaluronic Acid ที่ฉีดเข้าไปนั้น สามารถอุ้มน้ำได้ และเติมเต็มทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดมีความเรียบเนียนขึ้น ลดรอยคล้ำทำให้รอยคล้ำดูจางลง มีความชุ่มชื้นและช่วยชะลอปัญหาริ้วรอยที่เกิดขึ้นในอนาคต สารเหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับบุคคลที่ฉีด และจะสลายหายไปหมดภายในระยะเวลาสองปี โดยจะไม่ทิ้งสารตกค้างที่เกิดผลเสียต่อร่างกายอีกด้วย เมื่อสลายหมดไปสามารถกลับมาฉีดฟิลเลอร์อีกได้ตามความพึงพอใจ

 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

เมื่อทุกคนอายุมากขึ้นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้สำหรับปัญหาบริเวณใต้ตา คือกระดูกใต้ตา จะยุบตัวลง ทำให้ใบหน้าดูโทรม ดูมีอายุขึ้น และรู้สึกเหมือนผอมลง ซึ่งฟิลเลอร์สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้ ดังนี้

●     ช่วยในเรื่องการแก้ปัญหาริ้วรอย และรอยตีนกา ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นบริเวณหางตา และรอบดวงตาทำให้ดูมีอายุ นอกจากจะพบในกลุ่มคนที่มีอายุมากขึ้นแล้วยังสามารถพบในกลุ่มคนที่มีอายุน้อยอีกด้วยเช่น บางคนอาจจะเกิดเวลายิ้ม โดยจะขึ้นเป็นเส้นบริเวณหางตา ฟิลเลอร์ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้

●     แก้ไขปัญหาใต้ตาดำ ขอบตาคล้ำ เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสี ผิวหนังบริเวณใต้ตาบางทำให้เห็นเส้นเลือดและสีของกล้ามเนื้อชัดเจน ซึ่งปัญหาตาคล้ำเป็นวงรอบดวงตาทำให้หน้าดูเหมือนอ่อนเพลีย นอนน้อย ไม่สดใส เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็มจะทำให้ผิวที่คล้ำ ดูจางลงและทำให้หน้าตาสดใสขึ้น 

●     ช่วยในเรื่องการแก้ปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อย เพราะความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นตามอายุของแต่ละคน ทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่น ฟิลเลอร์จะสามารถเข้าไปเติมเต็มทำให้ผิวรอบดวงตาดูเต่งตึงขึ้น

●     ช่วยเติมเต็มเบ้าตา ปัญหาเบ้าตาลึก ตาโหล ซึ่งเกิดจากอายุที่มากขึ้นของแต่ละคน จะเกิดขึ้นตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป และนอกจากนี้ยังเกิดการสลายตัวของเนื้อเยื่อบริเวณเบ้าตาอีกด้วย การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มทำให้เบาตาดูกลับมาสดใส และชุมชื่นมากขึ้น

●     สามารถช่วยให้หน้าตาดูน่ารัก ดูเด็กขึ้น โดยการทำที่เราเรียกกันว่า “ดอลลี่อาย” จะเป็นการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณใต้ตาชิดกับขอบตาล่าง ทำให้ดูอ่อนวัย ตาสดใส ดวงตาดูอวบอิ่ม และฉ่ำมากขึ้น

●     ช่วยแก้ปัญหาร่องใต้ตา ซึ่งเกิดจากชั้นไขมันบริเวณใต้ตาเกิดการยุบและฝ่อตัวลงทำให้เป็นร่องสามารถเติมฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณใต้ตาเพื่อแก้ปัญหาทำให้ใต้ตาดูสดใสเหมือนเดิม 

 

ฟิลเลอร์ใต้ตา ต้องใช้กี่ CC และรุ่นไหนดี

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้น ปริมาณในการใช้จะมีหน่วยเป็น Cubic Centimeter หรือภาษาไทยเรียกว่า “ลูกบาศก์ เซนติเมตร” แต่ที่นิยมใช้เรียกกันจะเรียกว่า CC (ซีซี)

ปริมาณของฟิลเลอร์ที่ใช้ในการฉีดนั้นจะอยู่ระหว่าง 1-2 ซีซี ต่อใต้ตาทั้งสองข้าง ปริมาณที่ชัดเจนนั้นขึ้นอยู่กับคุณหมอจะพิจารณาเป็นรายบุคคล เพราะจะต้องดูจากพื้นฐานโครงสร้าง ของใบหน้าของแต่ละคนซึ่งมีความแตกต่างกัน กรณีคนที่มีอายุมาก เนื้อเยื้อ และโครงหน้ามีการยุบตัวลงไปเป็นร่องลึก ก็จะทำให้ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากกว่า ซึ่งจะใช้อยู่ที่ 2 CCในบางกรณีต้องการเติมเพื่อให้หน้าดูเด็ก และสดใสขึ้น หรือที่เรียกว่าดอลลี่อาย ซึ่งเป็นที่นิยมกันในขณะนี้ อาจจะใช้ฟิลเลอร์เพียง 1 CC เท่านั้น

รุ่นของฟิลเลอร์มีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโครงหน้าของแต่ละบุคคล  ซึ่งฟิลเลอร์ที่เหมาะสำหรับ ฉีดบริเวณรอบดวงตา มีดังนี้ 

Restylane เป็นฟิลเลอร์ที่ได้มีการผลิตมาอย่างยาวนาน และเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ผลิตโดยบริษัทในประเทศสวีเดน ซึ่งผ่านการรับรองจาก FDA  และกระบวนการผลิตมีการพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง

ฟิลเลอร์ของ Restylane มีทั้งหมด 2 เทคโนโลยีขนาดโมเลกุลคือ คือ NASHA technology และ OBT technology ทำให้มีคุณสมบัติที่สามารถฉีดได้ในหลากหลายบริเวณและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดรวมถึงมีความปลอดภัยสูงสุดอีกด้วยไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรือแพ้ 

  • NASHA technology หรือ Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid Technology เป็นฟิลเลอร์ที่มีความคงตัว ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะมีความปลอดภัย และมีการป้องกันอาการแพ้ เนื้อเจลมีขนาดเล็กและขนาดปานกลางในเนื้อของฟิลเลอร์ ซึ่งทำให้มีคุณสมบัติในการดึงโมเลกุลน้ำเข้ามาเก็บไว้ และหลังจากฉีดจะไม่มีอาการไหลไปตามบริเวณต่างๆ ฉีดแล้วทำให้ผิวชุ่มชื้น สามารถอยู่ได้  6 เดือนถึง 1 ปี  หรือบางรุ่นจะสามารถอยู่ได้ถึง 2 ปี อ้างองจากผลวิจัยล่าสุด

  • OBT Technology หรือ Optimal Balance Technology เป็นรุ่นที่ผลิตออกมาหลัง  NASHA techology แต่ก็มีการถูกนำไปเลือกใช้กันทั่วโลกเช่นกัน เพราะเนื้อของฟิลเลอร์มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่น มีความคงตัว สามารถจัดแต่งรูปทรงได้หลากหลาย เหมาะสำหรับแก้ไขปัญหาต่างๆ และใช้เติมเต็มได้ดี 

เรื่องล่าสุด