ฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหาตาคล้ำได้จริงไหม

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา แก้ปัญหาตาคล้ำ ตาลึก ริ้วรอยใต้ตา ได้จริงไหม

สิ่งที่ทำให้ใบหน้าดูโทรมดูแก่กว่าวัยที่สุด แลดูไม่สดใส คือปัญหารอบดวงตา ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยใต้ตา ตาลึก ขอบตาดำ และถุงใต้ตา ใจรักษ์คลินิกขอแนะนำหัตถการที่ทำให้ใบหน้ากลับมาดูอ่อนเยาว์ และสดใสขึ้น โดยการฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตา

บทความนี้จะบอกสิ่งที่ต้องรู้ทุกอย่าง ก่อนที่จะฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตา รวมถึงแนะนำเทคนิคการดูแลตัวเองก่อน และหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา บอกหมดเปลือกแบบไม่มีกั๊ก ห้ามพลาด

ฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร

ฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการที่ฉีดสารเติมเต็มที่เรียกว่า Hyaluronic Acid เข้าไปบริเวณใต้ดวงตา สามารถแก้ปัญหาใต้ตาได้อย่างตรงจุด ซึ่งจะสามารถเห็นผลลัพธ์ ได้ทันทีหลังจากฉีด โดยไม่ต้องผ่าตัด 

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะสำหรับคนที่กลัวการผ่าตัด และต้องใช้หน้าตาเพื่อการทำงาน จึงไม่มีเวลาพักฟื้นในการผ่าตัด ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตานั้น สามารถแก้ปัญหาถุงใต้ตา ใต้ตาคล้ำ ตาลึก และริ้วรอยบริเวณตา ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องพบเจอกันเกือบทุกคน หากมีอายุที่เพิ่มขึ้น และยังสามารถเจอได้ในทุกเพศทุกวัยเช่นกัน 

นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับคนที่เกิดอาการตาไม่สดใส ส่งผลทำให้ใบหน้าดูไม่สดใส ใบหน้าดูโทรม ไม่สดชื่น และยังทำให้ดูแก่กว่าวัยหรือมีอายุมากกว่าวัย ก่อให้หมดความมั่นใจตามมาอีกด้วย

สารเติมเต็ม  Hyaluronic Acid ที่ฉีดเข้าไปนั้น สามารถอุ้มน้ำได้ และเติมเต็มทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดมีความเรียบเนียนขึ้น ลดรอยคล้ำทำให้รอยคล้ำดูจางลง มีความชุ่มชื้นและช่วยชะลอปัญหาริ้วรอยที่เกิดขึ้นในอนาคต สารเหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับบุคคลที่ฉีด และจะสลายหายไปหมดภายในระยะเวลาสองปี โดยจะไม่ทิ้งสารตกค้างที่เกิดผลเสียต่อร่างกายอีกด้วย เมื่อสลายหมดไปสามารถกลับมาฉีดฟิลเลอร์อีกได้ตามความพึงพอใจ

ฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะกับใคร

คนที่มีปัญหาริ้วรอยใต้ตา ผิวบริเวณใต้ตาหย่อนคล้อย เกิดถุงใต้ ตาบริเวณขอบตาดำ ใต้ตามีความลึก ตาโหล

  • ผู้ที่ไม่อยากเจ็บตัว ไม่อยากผ่าตัด และไม่อยากพักฟื้นหลังการผ่าตัด
  • คนที่ต้องการผลลัพธ์รวดเร็ว เห็นผลลัพธ์ในระยะเวลาอันสั้น
  • แก้ไขปัญหาการยุบตัวของกระดูก หรือเนื้อเยื่อบริเวณใต้ดวงตา
  • คนมีปัญหาบริเวณใต้ตาที่เกิดจากพันธุกรรม

สาเหตุของปัญหาใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ลดถุงใต้ตา

ปัญหาร่องใต้ตา  เกิดจากผิวบริเวณที่อยู่ใกล้กับร่องน้ำตา และตรงเบ้าตา มีการยุบตัวลง อาจเกิดจากส่วนเดียวหรือเป็นทั้งสองส่วนก็ได้ การยุบตัวลงนั้นเกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนบริเวณนั้น โดยจะสูญเสียมากขึ้นเมื่อเรามีอายุที่มากขึ้น การยุบตัวของผิวหนังทั้ง 2 บริเวณนี้ สามารถใช้ฟิลเลอร์ฉีดเข้าไปบริเวณใต้ตาได้ โดยจะต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ทำการประเมินเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ปัญหาร้องใต้ตาก็สามารถเกิดกับคนอายุน้อยได้เช่นกัน เพราะมีการสืบทอดผ่านทางพันธุกรรม หรือคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ รวมไปถึงกระดูกช่วงเบ้าตาและใต้ตาเจริญเติบโตได้ไม่ดีตามปกติ จะทำให้เกิดร่องตาลึกและถุงใต้ตาได้เช่นกัน  การใช้สายตาที่ไม่ถูกต้อง ก็เป็นผลที่ทำให้เกิดปัญหาใต้ตาได้ ทำให้เกิดกล้ามเนื้อรอบดวงตาหย่อนคล้อย และมีริ้วรอยก่อนวัยอันควร

ปัญหาบริเวณใต้ตา แก้ไขได้อย่างไร

ปัญหาใต้ตาเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย และเป็นปัญหาที่พบเจอกันมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใต้ตาคล้ำ ถุงใต้ตา และริ้วรอย ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ได้หลากหลายวิธี โดยแต่ละวิธีนั้นก็มีผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป รวมถึงระยะเวลาของผลลัพธ์ด้วย วิธีแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ถุงใต้ตา และริ้วรอยบริเวณใต้ตา มีดังนี้

  • ครีมบำรุง เป็นวิธีการรักษาที่หลายๆคนเลือกใช้เป็นอย่างแรก แต่วิธีนี้จะต้องใช้ระยะเวลานานในการเห็นผลลัพธ์ และใช้ความสม่ำเสมอในการรักษา ผลที่ได้จะไม่ชัดเจนเท่าที่ควร ค่าใช้จ่ายของการรักษาด้วยการใช้ครีมบำรุงจะมีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักพัน แล้วแต่ครีมที่เลือกใช้
  • ดูดไขมันใต้ตา มักใช้กับผู้ที่มีไขมันใต้ตานูนออกมา ไม่ได้รูปสวยงาม วิธีการดูดไขมันจะมีการเกิดแผลเล็กน้อย เมื่อไขมันออกไปแล้วจะทำให้บริเวณใต้ตามีความหย่อนคล้อย อาจจะต้องมีการทำการกระชับใต้ตาเพิ่มเติม วิธีนี้จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวบริเวณใต้ตาหย่อนคล้อยอยู่แล้ว เพราะจะทำให้ใต้ตาหย่อนคล้อยมากขึ้น
  • การเลเซอร์บริเวณถุงใต้ตา เป็นการใช้เทคนิคผ่าตัดไขมันที่เป็นถุงอยู่ใต้ตา ซึ่งเป็นส่วนเกินจากด้านในเปลือกตาด้วยเลเซอร์ วิธีนี้จะไม่เป็นแผลที่ด้านนอก เหมาะกับคนที่มีอายุน้อยและผิวใต้ตามาหยอดคอย
  • ฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการแก้ไขปัญหาที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด และตรงจุดที่สุด สามารถแก้ไขปัญหาได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยใต้ดวงตา ผิวใต้ตาหย่อนคล้อย ผิวหนังบริเวณใต้ตาดำ สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ไม่ต้องพักฟื้นหลังฉีด ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตา และใต้ตามีความชุ่มชื้น ใต้ตาดูสดใสขึ้น 

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

เมื่อทุกคนอายุมากขึ้นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้สำหรับปัญหาบริเวณใต้ตา คือกระดูกใต้ตา จะยุบตัวลง ทำให้ใบหน้าดูโทรม ดูมีอายุขึ้น และรู้สึกเหมือนผอมลง ซึ่งฟิลเลอร์สามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้ ดังนี้

●     ช่วยในเรื่องการแก้ปัญหาริ้วรอย และรอยตีนกา ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นบริเวณหางตา และรอบดวงตาทำให้ดูมีอายุ นอกจากจะพบในกลุ่มคนที่มีอายุมากขึ้นแล้วยังสามารถพบในกลุ่มคนที่มีอายุน้อยอีกด้วยเช่น บางคนอาจจะเกิดเวลายิ้ม โดยจะขึ้นเป็นเส้นบริเวณหางตา ฟิลเลอร์ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้

●     แก้ไขปัญหาใต้ตาดำ ขอบตาคล้ำ เกิดจากความผิดปกติของเม็ดสี ผิวหนังบริเวณใต้ตาบางทำให้เห็นเส้นเลือดและสีของกล้ามเนื้อชัดเจน ซึ่งปัญหาตาคล้ำเป็นวงรอบดวงตาทำให้หน้าดูเหมือนอ่อนเพลีย นอนน้อย ไม่สดใส เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็มจะทำให้ผิวที่คล้ำ ดูจางลงและทำให้หน้าตาสดใสขึ้น 

●     ช่วยในเรื่องการแก้ปัญหาถุงใต้ตาหย่อนคล้อย เพราะความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นตามอายุของแต่ละคน ทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่น ฟิลเลอร์จะสามารถเข้าไปเติมเต็มทำให้ผิวรอบดวงตาดูเต่งตึงขึ้น

●     ช่วยเติมเต็มเบ้าตา ปัญหาเบ้าตาลึก ตาโหล ซึ่งเกิดจากอายุที่มากขึ้นของแต่ละคน จะเกิดขึ้นตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป และนอกจากนี้ยังเกิดการสลายตัวของเนื้อเยื่อบริเวณเบ้าตาอีกด้วย การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยเติมเต็มทำให้เบาตาดูกลับมาสดใส และชุมชื่นมากขึ้น

●     สามารถช่วยให้หน้าตาดูน่ารัก ดูเด็กขึ้น โดยการทำที่เราเรียกกันว่า “ดอลลี่อาย” จะเป็นการฉีดฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณใต้ตาชิดกับขอบตาล่าง ทำให้ดูอ่อนวัย ตาสดใส ดวงตาดูอวบอิ่ม และฉ่ำมากขึ้น

●     ช่วยแก้ปัญหาร่องใต้ตา ซึ่งเกิดจากชั้นไขมันบริเวณใต้ตาเกิดการยุบและฝ่อตัวลงทำให้เป็นร่องสามารถเติมฟิลเลอร์เข้าไปบริเวณใต้ตาเพื่อแก้ปัญหาทำให้ใต้ตาดูสดใสเหมือนเดิม 

โหงวเฮ้ง ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา นอกจากจะช่วยทำให้ดวงตาของเรามีความสวยงาม ดูสดใสขึ้น และแก้ปัญหาต่างๆได้แล้ว  ผู้ที่จะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยังต้องคำนึงถึงโหงวเฮ้งตาตามตำรา หรือที่เรียกกันว่า “หน่ำหนึงเก็ง” โดยจะดูจากตำแหน่งที่อยู่ใต้กระบอกตาทั้งสองข้าง หมายถึงโชคลาภ และความสบาย

ลักษณะโหงวเฮ้งตาที่ดี

จะมีลักษณะเด่นคือ มีความสดใส ไม่ดำคล้ำ มีความเต็มและอิ่ม ผิวเรียบ แลดูเปล่งปลั่ง ชายและหญิงที่มีดวงตาลักษณะแบบนี้ จะมียศศักดิ์ ร่ำรวยและศรีสุข ครอบครัวมีความเจริญรุ่งเรือง

โหงวเฮ้งตาที่ไม่ดี

ตามีลักษณะเป็นร่อง หรือมีถุงใต้ตาเยอะ ทั้งหญิงและชายที่มีตาลักษณะแบบนี้ จะอาภัพโชคลาภ ลูกหลานดื้อ เลี้ยงยาก และหาคู่ครองยาก หากบริเวณใต้ตามีสีคล้ำ จะพบกับปัญหาคู่ครองและบุตร มีการอาภัพลูก

ปัญหาถุงบริเวณใต้ตาแบบไหนไม่เหมาะกับ ฟิลเลอร์ใต้ตา

ถุงใต้ตาเทียม เกิดจากการกระทำหรือพฤติกรรมที่ทำให้ถุงใต้ตาเกิดอาการบวมขึ้น การบวมของถุงใต้ตาสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้ การขยี้ตา การร้องไห้ การใช้สายตามากเกินไป หรือคนที่มีความเครียดสูง

การทำฟิลเลอร์ใต้ตานั้นเหมาะสำหรับ ถุงใต้ตาแท้ ที่เกิดจากผนังกั้นของเปลือกตาด้านล่างอ่อนแอลง ส่งผลให้ตาหย่อนคล้อย เป็นถุงใต้ตา เนื่องจากไขมันใต้ตาหย่อนลงมา และการเสื่อมสภาพของผิว เมื่อมีอายุมากขึ้น กระดูกใต้ตาจะยุบตัวลงทำให้เนื้อเยื่อใต้ตายื่นออกมาเป็นถุงใต้ตาที่มีความหย่อนคล้อย ฟิลเลอร์จะช่วยทดแทนกระดูกและเนื้อเยื่อที่อยู่ตัวได้

ถุงใต้ตาแท้เมื่อรักษาด้วยฟิลเลอร์แล้วถือเป็นการรักษาที่ตรงจุดและได้ผลรวดเร็วที่สุด

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไปฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

1.) อันตรายของฟิลเลอร์ใต้ตา

เนื่องจากดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญ และหลายคนที่อยากจะฉีดฟิลเลอร์ตามีความกังวลอย่างมาก จึงต้องมีการศึกษาข้อมูล และเลือกให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา โดยปกติแล้วการฉีดฟิลเลอร์มีความปลอดภัยสูง หากได้รักษากับแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะมีความปลอดภัยไม่อันตรายอย่างแน่นอน

คลินิกที่เข้ารับบริการก็ควรจะศึกษาก่อนที่จะฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา โดยจะต้องเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือและมีแพทย์ผู้มีประสบการณ์เท่านั้น รวมถึงมีใบประกอบการถูกต้อง มีรีวิวที่ได้ผลลัพธ์ที่ดี

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือฟิลเลอร์ที่ฉีดจะต้องดูให้ครบถ้วนและมั่นใจว่าเป็นฟิลเลอร์แท้เท่านั้น เพราะฟิลเลอร์แท้จะสามารถสลายได้หมด ไม่มีสารตกค้าง และไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

การฉีดฟิลเลอร์แท้นั้น เมื่อฟิลเลอร์แท้ละลายออกบริเวณที่ฉีดจะเหลือเป็นอิลาสตินและคอลลาเจนที่ร่างกายเราสร้างขึ้นมาระหว่างที่ฟิลเลอร์คงอยู่ ผลลัพธ์หลังจากที่ฟิลเลอร์สลายแล้วจะดีกว่าตอนฉีดฟิลเลอร์ จะมีความชุ่มชื้นกว่าตอนแรก เหมือนมีน้ำมาหล่อเลี้ยงผิวบริเวณนั้น

เนื่องจากฟิลเลอร์แท้มีราคาสูง จึงทำให้ฟิลเลอร์ปลอมถูกนำเข้ามาใช้ เพราะมีราคาที่ถูกกว่า หากพบเจอคลินิกที่มีราคาถูกเกินจริง ไม่ควรเข้าไปใช้บริการเพราะ มีความเสี่ยงว่าจะเป็นฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งฟิลเลอร์ปลอมนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบ เช่น ซิลิโคนเหลว หากมีการฉีดฟิลเลอร์ปลอมเข้าไปนั้น จะทำให้เกิดอาการบวม อักเสบขั้นรุนแรง และรุนแรงที่สุดก็คือตาบอด

2.) ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี ปลอดภัยได้มาตรฐาน

การเลือกที่ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นสิ่งสำคัญเพราะต้องเป็นคลินิกที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และผลลัพธ์ที่ได้ออกมาไม่ผิดหวัง ดูเป็นธรรมชาติ และไม่เกิดผลข้างเคียงที่ไม่ดี เราควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน โดยสามารถดูจากลักษณะดังนี้

  • เป็นคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบรับรอง น่าเชื่อถือ
  • แพทย์มีประสบการณ์ และให้คำแนะนำที่ดี มีความชำนาญในการปรับรูปหน้าโดยการใช้ฟิลเลอร์
  • คลินิกให้บริการฉีดฟิลเลอร์ที่เป็นฟิลเลอร์แท้ ได้มาตรฐาน
  • ดูรีวิวจากที่ๆมีความน่าเชื่อถือเช่น Facebook Community เว็บไซต์คลินิก แหล่งรีวิวต่างๆที่เป็นการรีวิวจริง

3.) ฟิลเลอร์ใต้ตา ต้องใช้กี่ CC และรุ่นไหนดี

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้น ปริมาณในการใช้จะมีหน่วยเป็น Cubic Centimeter หรือภาษาไทยเรียกว่า “ลูกบาศก์ เซนติเมตร” แต่ที่นิยมใช้เรียกกันจะเรียกว่า CC (ซีซี)

ปริมาณของฟิลเลอร์ที่ใช้ในการฉีดนั้นจะอยู่ระหว่าง 1-2 ซีซี ต่อใต้ตาทั้งสองข้าง ปริมาณที่ชัดเจนนั้นขึ้นอยู่กับคุณหมอจะพิจารณาเป็นรายบุคคล เพราะจะต้องดูจากพื้นฐานโครงสร้าง ของใบหน้าของแต่ละคนซึ่งมีความแตกต่างกัน กรณีคนที่มีอายุมาก เนื้อเยื้อ และโครงหน้ามีการยุบตัวลงไปเป็นร่องลึก ก็จะทำให้ต้องใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากกว่า ซึ่งจะใช้อยู่ที่ 2 CCในบางกรณีต้องการเติมเพื่อให้หน้าดูเด็ก และสดใสขึ้น หรือที่เรียกว่าดอลลี่อาย ซึ่งเป็นที่นิยมกันในขณะนี้ อาจจะใช้ฟิลเลอร์เพียง 1 CC เท่านั้น

รุ่นของฟิลเลอร์มีความแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโครงหน้าของแต่ละบุคคล  ซึ่งฟิลเลอร์ที่เหมาะสำหรับ ฉีดบริเวณรอบดวงตา มีดังนี้ 

Restylane เป็นฟิลเลอร์ที่ได้มีการผลิตมาอย่างยาวนาน และเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ผลิตโดยบริษัทในประเทศสวีเดน ซึ่งผ่านการรับรองจาก FDA  และกระบวนการผลิตมีการพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง

ฟิลเลอร์ของ Restylane มีทั้งหมด 2 เทคโนโลยีขนาดโมเลกุลคือ คือ NASHA technology และ OBT technology ทำให้มีคุณสมบัติที่สามารถฉีดได้ในหลากหลายบริเวณและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดรวมถึงมีความปลอดภัยสูงสุดอีกด้วยไม่ทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรือแพ้ 

  • NASHA technology หรือ Non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid Technology เป็นฟิลเลอร์ที่มีความคงตัว ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย เพราะมีความปลอดภัย และมีการป้องกันอาการแพ้ เนื้อเจลมีขนาดเล็กและขนาดปานกลางในเนื้อของฟิลเลอร์ ซึ่งทำให้มีคุณสมบัติในการดึงโมเลกุลน้ำเข้ามาเก็บไว้ และหลังจากฉีดจะไม่มีอาการไหลไปตามบริเวณต่างๆ ฉีดแล้วทำให้ผิวชุ่มชื้น สามารถอยู่ได้  6 เดือนถึง 1 ปี  หรือบางรุ่นจะสามารถอยู่ได้ถึง 2 ปี อ้างอิงจากผลวิจัยล่าสุด
  • OBT Technology หรือ Optimal Balance Technology เป็นรุ่นที่ผลิตออกมาหลัง  NASHA techology แต่ก็มีการถูกนำไปเลือกใช้กันทั่วโลกเช่นกัน เพราะเนื้อของฟิลเลอร์มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่น มีความคงตัว สามารถจัดแต่งรูปทรงได้หลากหลาย เหมาะสำหรับแก้ไขปัญหาต่างๆ และใช้เติมเต็มได้ดี 

ข้อควรปฏิบัติในการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

1.) การปฏิบัติตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
  • เลือกคลินิกที่ให้บริการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาโดยศึกษาอย่างละเอียด
  • เลือกดูรีวิวที่น่าเชื่อถือได้ และเป็นผู้ใช้บริการจริง
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง
  • หมดทำกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด
  • งดยาแอสไพริน, NSAIDs, วิตามิน และยาทาที่ทำให้ผลัดเซลล์ผิว

2.) การปฏิบัติตัวหลังจากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด เนื่องจากฟิลเลอร์ไม่ชอบความร้อน หากอยู่ในความร้อนหรือทานของที่มีอุณหภูมิสูงจะทำให้ฟิลเลอร์สลาย
  • ขั้วหลอดเลเซอร์ลงบนชั้นผิวเป็นระยะเวลา 1 เดือน
  • ดื่มน้ำให้มากๆเพื่อให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานยิ่งขึ้น
  • หากมีอาการบวมแดง สามารถทานยาแก้ปวดลดบวมได้
  • ไม่ควรแตะ แกะ เกา ในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารที่มีรสเผ็ดมาก อาหารหมักดอง
  • งดการสูบบุหรี่
  • ไม่ควรขยับใบหน้าเยอะในช่วง 3 วัน หลังจากทำเพราะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ผิดตำแหน่งได้

เลือกแบบไหนดีระหว่าง ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา และ ฉีดไขมันใต้ตา

ปัญหาบริเวณใต้ตามีได้หลายแบบ หากเป็นปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอยบริเวณใต้ดวงตา ต้องให้คุณหมอมีเคราะห์ว่าเกิดจากสาเหตุใด หากปัญหาริ้วรอยใต้ดวงตาเกิดจากการยุบตัวของกระดูก การแก้ปัญหาด้วยการฉีดไขมันใต้ตา จะไม่สามารถแก้ไขในส่วนนี้ได้ จะต้องใช้การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเข้ามาแก้ปัญหาแทน

หากปัญหาริ้วรอยใต้ดวงตา เกิดจากการยุบตัวของเนื้อเยื่อ จะสามารถแก้ไขปัญหาด้วยการใช้ทั้งการฉีดไขมัน และฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาได้ แต่ทั้ง 2 แบบนี้ก็มีข้อแตกต่างกันดังนี้

ฟิลเลอร์ใต้ตา

สามารถเห็นผลได้ทันที หลังจากฉีด ซึ่งเป็นการฉีดสารเติมเต็มประเภท  Hyaluronic Acid  ที่มีความปลอดภัยสูง ขั้นตอนในการทำใช้ระยะเวลาไม่นาน ไม่ต้องพักฟื้น อาจมีอาการบวมหลังฉีด แต่จะหายภายในระยะเวลา 2-3 วัน  ฟิลเลอร์ที่ฉีดมีระยะเวลาที่สลาย ระยะเวลาของฟิลเลอร์นั้นขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้

ฉีดไขมันใต้ตา

ขั้นตอนการทำคือการดูดไขมันจากบริเวณร่างกายของตัวเอง มาฉีดที่บริเวณใต้ดวงตา การใช้ไขมันของตัวเองเป็นการลดความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หลังจากดูดไขมันจะต้องมีกระบวนการในการทำไขมัน เป็นการนำไขมันมาปั่นแยกเป็นของเหลว ผู้ที่จะฉีดไขมันจะต้องมีแผลในตำแหน่งที่มีการดูดไขมันขึ้นมาอีก 1 ตำแหน่ง ผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน แต่ต้องมีการทำซ้ำเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี หลังฉีดไขมันใต้ตามักเกิดอาการผิวไม่สม่ำเสมอ

การแก้ปัญหาบริเวณใต้ตา จึงนิยมฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพราะมีความเสี่ยงน้อย ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว และดี การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการแก้ปัญหาบริเวณใต้ดวงตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา และดอลลี่อาย มีความแตกต่างกันอย่างไร

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการแก้ปัญหาบริเวณใต้ตา ได้แก่ ร่องตาลึก ตาโหล ถุงใต้ตา ริ้วรอย และใต้ตาคล้ำ เป็นการแก้ไขปัญหาด้วยการเติมเต็ม

ดอลลี่อาย เป็นการทำให้ขอบตาล่างดูหนาขึ้น ทำให้ดวงตาดูกลมโต ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลง dolly Eye เป็นที่นิยมอยู่ช่วงหนึ่งที่ผู้คนนิยมทำกัน การทำดอลลี่อายสามารถใช้ไขมัน หรือฟิลเลอร์ฉีดบริเวณใต้ตา เพื่อทำเป็นดอลลี่อายได้

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กี่วันเห็นผล

เป็นคำถามยอดฮิตของหลายๆคน ที่อยากทราบว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะเห็นผลลัพธ์ภายในระยะเวลากี่วัน ฟิลเลอร์ใต้ตานั้น สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังจากฉีด แต่ผลลัพธ์จะเกินกว่าผลลัพธ์จริง เพราะช่วงแรกจะมีอาการบวมหลังจากฉีด แต่ประมาณ 4-5 วันผลลัพธ์จะเข้าที่ และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดภายในระยะเวลา 3 สัปดาห์

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาบวมไหม บวมกี่วัน

อาการบวมหลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น การฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณอื่นๆก็เป็นเช่นกัน เนื่องจากใช้เข็มฉีดเข้าไปในบริเวณผิว จึงทำให้เกิดอาการอักเสบ และบวม หลังจากฉีดฟิลเลอร์ไปภายในระยะเวลา 3 วัน อาการบวมจะดีขึ้น และประมาณ 2 อาทิตย์ อาการบวมจะหายไป ทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

ฟิลเลอร์ใต้ตาฉีดแล้วเป็นก้อนเกิดจากอะไร

สาเหตุของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แล้วเกิดอาการเป็นก้อน มีได้หลากหลายสาเหตุดังนี้

  • ใช้เทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ไม่ถูกต้อง อาจเกิดจากการฉีดไม่ตรงตำแหน่ง หรือฉีดคนละชั้นผิวกับบริเวณที่ต้องการชีวิต รวมถึงการใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม มากเกินความจำเป็น
  • ฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ได้รับมาตรฐาน หรือฉีดฟิลเลอร์ปลอม เป็นการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ได้รับรองจากอย. หลังที่จะทำให้เกิดอันตรายไม่สามารถสลายเองได้ โดยจะจับตัวกันเป็นก้อน ไหลย้อยไม่เป็นทรง วิธีแก้ปัญหาคือการขูดออก
  • เลือกยี่ห้อและรุ่นของฟิลเลอร์ไม่ตรงกับบริเวณที่ฉีด เนื่องจากฟิลเลอร์มีหลายยี่ห้อและมีหลายรุ่นแต่ละรุ่นทำมาเพื่อใช้กับส่วนต่างๆบนในหน้าที่แตกต่างกัน หากเลือกนำมาใช้ไม่ตรงกับสัดส่วนนั้น จะทำให้เป็นก้อนได้
  • แพทย์ไม่มีความชำนาญในการฉีดฟิลเลอร์

 

หากเกิดปัญหาเป็นก้อน บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์แล้ว ก็มีวิธีแก้ไขได้เช่นกัน โดยสามารถทำได้ดังนี้

  • หากเกิดจากการฉีดด้วยฟิลเลอร์แท้ จะสามารถใช้ยาสลายฟิลเลอร์ เพื่อที่จะหลายส่วนที่เป็นก้อนออกไปได้
  • หากเกิดจากการฉีดด้วยฟิลเลอร์ปลอม จะต้องผ่าตัดเพื่อขูดเอาฟิลเลอร์ปลอมออก เพราะฟิลเลอร์แท้ไม่สามารถสลายเองได้ ฟิลเลอร์ปลอมมาเกาะกับเนื้อเยื่อ มีพังผืดขูดออกค่อนข้างลำบากที่บริเวณใต้ตา เพราะมีเส้นประสาทค่อนข้างมาก 
เรื่องล่าสุด